วิธีล้างตู้เย็น ให้สะอาดหมดจด ใหม่เอี่ยมภายใน 10 นาที ✅

วิธีล้างตู้เย็น ให้สะอาดหมดจด ใหม่เอี่ยมภายใน 10 นาที 

1. ทำตู้เย็นให้โล่ง
ก่อนจะล้างตู้เย็นเราต้องเคลียร์พื้นที่ตู้เย็นให้สะดวกกับการทำความสะอาด โดยเริ่มแรกให้ถอดปลั๊กตู้เย็นออกก่อนเพื่อความปลอดภัย แล้วจึงค่อยขนย้ายของที่แช่อยู่ในตู้เย็นออกมาให้หมดทุกชิ้น เปิดทางให้ตู้เย็นโล่งและง่ายต่อการเช็ดถู

2. คัดผู้เข้ารอบ
อาหารและของที่ย้ายออกมาจากตู้เย็น ต้องมีชิ้นที่เน่าเสียและใช้ไม่ได้แล้วปะปนอยู่ไม่มากก็น้อย​ฉะนั้นถึงคราวที่เราต้องมาคัดแยกของเก่าเน่าเสียออกไป คงเหลือไว้แต่อาหารที่สดใหม่ ไร้เชื้อราให้อยู่ต่อ อ้อ ! แล้วอาหารที่เปื้อนคราบน้ำและดูมอมแมมก็อย่าลืมล้างทำความสะอาดก่อนด้วยนะจ๊ะ

3. ถอดชิ้นส่วนประกอบ
ภายในตู้เย็นจะมีชิ้นส่วนประกอบ เช่น ถาดรอง ชั้นวางของตามข้างประตูตู้เย็น ซึ่งก็คงเปรอะเปื้อนด้วยคราบสกปรกอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้นเราก็ควรถอดออกมาให้หมดทุกชิ้น แล้วนำมาล้างทำความสะอาดให้หมดจด

4. ล้างซะให้หมดจด
หลังจากเคลียร์พื้นที่ตู้เย็นจนโล่งแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาทำความสะอาดตู้เย็นแล้วล่ะค่ะ โดยเริ่มจากนำชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ถอดออกไว้มาล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน แล้วนำไปผึ่งลมไว้ให้หมาดน้ำ ต่อด้วยใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานผสมน้ำค่อย ๆ เช็ดไปตามพื้นที่ในตู้เย็นทุกซอกทุกมุม เสร็จแล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำสะอาดเช็ดฟองจากน้ำยาล้างจานออกให้หมด ซึ่งขั้นตอนนี้อาจต้องทำซ้ำกันหลายครั้งหน่อย
แต่สำหรับคราบสกปรกฝังแน่นที่น้ำยาล้างจานเอาไม่อยู่ ลองผสมน้ำอุ่นกับแอมโมเนียในอัตรา น้ำ 4 ส่วนต่อแอมโมเนีย 1 ส่วน จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ฝังแน่นมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงขัดด้วยฟองน้ำตามปกติ ทั้งนี้สำหรับพื้นที่ภายในตู้เย็นและชิ้นส่วนประกอบที่ไม่ติดคราบฝังแน่นก็ให้ล้างด้วยน้ำอุณหภูมิปกติผสมน้ำยาล้างจานก็พอค่ะ

5. กำจัดกลิ่นเหม็นให้หายเกลี้ยง
แม้จะทำความสะอาดตู้เย็นแล้วแต่ก็ยังได้กลิ่นเหม็นตุ ๆ ภายในตู้เย็นอยู่ อย่างนี้ต้องผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำร้อน ¼ ถ้วยตวง นำมาล้างพื้นที่ภายในตู้เย็น เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดกลิ่นเหม็นที่ตกค้างพร้อมทั้งกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียทั้งหลายอย่างอยู่หมัด

6. อย่าลืมขอบประตูตู้เย็น
หลายคนล้างตู้เย็นค่อนข้างบ่อย แต่ก็ยังแปลกใจว่าทำไมตู้เย็นถึงยังมีเชื้อราเหมือนสะอาดไม่จริงอยู่อีก หรือนั่นจะเป็นเพราะว่าคุณหลงลืมพื้นที่บริเวณขอบประตูตู้เย็นไปซะเฉย ๆ ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าล้างตู้เย็นครั้งนี้ก็นำผ้าชุบเบกกิ้งโซดาผสมน้ำมาเช็ดตามขอบประตูตู้เย็น และบริเวณซอกมุมของประตูตู้เย็นทุกตารางนิ้วเลยดีกว่า แค่นี้ตู้เย็นก็สะอาดหมดจดเหมือนเพิ่งถอยออกมาใหม่ ๆ แล้วล่ะ

7. ประกอบชิ้นส่วนชั้นวางของ
เมื่อแน่ใจว่าทำความสะอาดตู้เย็นหมดจดทุกซอกมุมแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาประกอบชิ้นส่วนชั้นวางของที่เราถอดออกมาทำความสะอาดสักที แต่ก่อนประกอบกลับเข้าที่เดิม ลองเช็กความสะอาดอีกสักรอบก็ดีเหมือนกันนะคะ

8. ทยอยเก็บของเข้าตู้เย็น
อาหารและของที่รื้อออกมาจากตู้ในตอนแรก ให้ทยอยนำกลับเข้าไปแช่ในตู้เย็น โดยทางที่ดีให้คุณจัดวางอย่างเป็นระบบ ด้วยการคัดแยกเป็นหมวดหมู่ ลำดับอาหารที่เก็บไว้ได้นานอยู่ด้านใน ส่วนของสดก็จัดไว้ด้านนอก เพื่อที่เราจะได้เห็นได้ชัดเจนและนำมาปรุงรับประทานก่อน ส่วนกล่องอาหารที่ปิดฝามิดชิด อาจจะนำโพสต์อิทมาแปะบอกไว้ว่าของในกล่องเป็นอะไร สมาชิกในบ้านจะได้รู้ ไม่ต้องรื้อค้นตู้เย็นจนรกอีก

9. วางกับดักกลิ่นเหม็น
ของสดอัดแน่นอยู่ในตู้เย็นมากขนาดนี้ แน่นอนว่าปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จะตามมาในไม่ช้า ฉะนั้นเพื่อป้องกันกลิ่นอับในตู้เย็น เราควรวางกับดักเอาไว้ก่อน โดยอาจจะวางถ่านดับกลิ่น, ผงกาแฟสด หรือเบกกิ้งโซดาใส่แก้ววางทิ้งไว้ด้านในตู้เย็น เพื่อให้ดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้เย็นออกไป ทั้งนี้ควรเปลี่ยนที่ดับกลิ่นทุกเดือนด้วยนะคะ

10. เพิ่มกลิ่นหอมในตู้เย็น
แค่กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อาจไม่พอ ใครอยากให้ตู้เย็นมีกลิ่นหอมทุกครั้งที่เปิดตู้อาจชุบสำลีกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลา, กลิ่นส้ม, กลิ่นเลมอน หรือกลิ่นอื่น ๆ ที่คุณปลื้ม แล้วนำไปวางทิ้งไว้ในตู้เย็น จนกลิ่นเริ่มจางแล้วค่อยเปลี่ยนสำลีอีกสักรอบ ส่วนในช่องผักสดด้านล่าง แนะนำให้ขยำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษถุงสีน้ำตาลวางทิ้งไว้ในช่องผักสด กระดาษเหล่านี้จะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์​ ทั้งยังช่วยให้ผักมีความสดใหม่ได้นานกว่าเดิมอย่างน่าทึ่งเชียวล่ะ

ขอบคุณเครดิตจาก : มุสลิมไทยโพสต์ 🙏https://info.muslimthaipost.com/article/26748?fbclid=IwAR0dhQAwgUaOitaOO5ehUJwJ9ydxQojSiX0HzixmSdi9n7SRFUrUidiOOOw

Continue reading

5 ข้อดีของการทำความสะอาดบ้านให้ใหม่เอี่ยมเสมอ🧹✅

5 ข้อดีของการทำความสะอาดบ้านให้ใหม่เอี่ยมเสมอ🧹✅

เพราะบ้านคือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นสถานที่ที่คนในครอบครัวมักรวมตัวกัน เพราะฉะนั้นทุกครอบครัวจึงควรหมั่นดูแลบ้านให้ใหม่เสมอ เพราะการทำความสะอาดบ้านให้ใหม่เอี่ยมมาพร้อมข้อดีมากมายที่ไม่ใช่แค่เพียงบ้านสะอาดเท่านั้น

1.เพิ่มบรรยากาศน่าพักผ่อน
ข้อดีอย่างแรกของการทำความสะอาดบ้านและการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ นั่นคือ ช่วยเสริมบรรยากาศบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพราะไม่ว่าใครต่างต้องการพักอาศัยภายในบ้านที่สะอาด ไม่รก ดังนั้น การดูแลบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอจะทำให้บรรยากาศบ้านเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

2.สมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด
เมื่อบ้านเป็นระเบียบ สะอาดตา ย่อมทำให้คนในครอบครัวซึมซับบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย ทำให้ช่วยลดความเครียด นอกจากนี้ การที่บ้านสะอาดยังช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อสมองปลอดโปร่งจะคิดวางแผนอะไรก็สามารถทำได้ดี อีกทั้งการทำความสะอาดบ้าน การซักผ้า การล้างจาน หากทำกิจกรรมเหล่านี้ได้แบบสบายใจ ก็ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย

3.ลดปริมาณฝุ่น สุขภาพดีขึ้น
ตัวการสำคัญที่ทำให้บ้านดูเก่าและไม่น่าอยู่คือปัญหาฝุ่นเกาะตามพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน แต่หากทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ ปัญหาฝุ่นจะค่อย ๆ หมดไป ทำให้บ้านน่าพักอาศัย ที่สำคัญยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เพราะฝุ่นคือตัวการของโรคในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

4.ลดการเกิดอุบัติเหตุ
แม้จะเป็นอุบัติเหตุภายในบ้านแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เสมอไป เพราะหลายครั้งอุบัติเหตุภายในบ้านก็นำมาซึ่งความสูญเสีย โดยเฉพาะอุบัติเหตุภายในห้องน้ำที่เกิดจากห้องน้ำลื่น เพราะไม่ได้ทำความสะอาดบ่อย ๆ รวมถึงอุบัติเหตุหกล้มเพราะวางสิ่งของภายในบ้านไม่เป็นระเบียบ เป็นต้น เพราะฉะนั้นแนะนำให้ทำความสะอาดบ้านและจัดบ้านบ่อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยง​เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้

5.แค่ทำความสะอาดบ้านก็เหมือนได้ออกกำลังกาย
อีกหนึ่งประโยชน์ของการทำความสะอาด โดยนับเป็นผลพลอยได้จากการหมั่นทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ นั่นคือ ได้เผาผลาญพลังงานในร่างกาย เนื่องจากการทำงานบ้านถือเป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่ง สังเกตว่าทำความสะอาดบ้านแต่ละครั้งนั้นเหนื่อยใช่เล่น เพราะฉะนั้นหากทำงานบ้านบ่อย ๆ จะได้สุขภาพดีมาเป็นของแถม ทำให้นอกจากบ้านสะอาดและน่าอยู่แล้ว ยังได้เป็นเจ้าของร่างกายที่ฟิตยิ่งขึ้นอีกด้วย

ใครที่บ้านไม่สะอาดตา แนะนำให้ทำความสะอาดบ้านและจัดบ้านอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดฝุ่น เชื้อโรค และเพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่ทุกพื้นที่ภายในบ้าน รับรองว่าหากทำเป็นประจำ บ้านของคุณจะน่าอยู่ยิ่งขึ้นและเป็นสถานที่แห่งความสุขของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

ขอบคุณเครดิตจาก : WINKWINK 🙏

Continue reading

แนะวิธี ‘ทำความสะอาดบ้าน’ ให้ปลอดจาก ‘โควิด-19’🦠

แนะวิธี ‘ทำความสะอาดบ้าน’ ให้ปลอดจาก ‘โควิด-19’

ไม่เพียงแต่การดูแลและป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากบ้าน การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกกอฮอล์เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสที่อาจติดอยู่กับมือของเรา เมื่อต้องไปจับสิ่งของต่างๆ ในสถานที่สาธารณะแล้ว เช่น ราวบันได กดลิฟต์ รถโดยสารสาธารณะ

การดูแลที่อยู่อาศัยให้มีความสะอาด นับเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะขณะนี้ที่หลายองค์กรหรือบริษัทประกาศให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน (Work From Home) ได้ รวมถึงหลายคนต่างพร้อมใจกันอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทำให้หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น ล่าสุดเพจไทยคู่ฟ้าได้เผยแพร่วิธีดูแลบ้านให้ห่างไกลโรคโควิด-19 ทั้งหมด 9 ข้อ ดังนี้

1.ซักผ้าด้วยน้ำร้อน 60-90 องศาเซลเซียส หรือตากผ้าด้วยแดดจัด

2.หมั่นถูพื้นบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาทำความสะอาด

3.เช็ดลูกบิด และมือจับประตู

4.เช็ดอุปกรณ์ที่สัมผัสบ่อย

5.ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์

6.ปิดฝาชักโครกทุกครั้งที่กดล้าง

7.แยกเก็บแปรงสีฟัน

8.แยกขยะติดเชื้อ

9.เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท

ขอบคุณเครดิตจาก : กระทรวงสาธารณสุข🙏https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/875503?fbclid=IwAR2J2_A36NHK76378rLX0lhhwgvy3-iqZMRAMx56Ulea3pmrHnS17uaK6oQ

Continue reading

“วิธีเสริมดวง” ด้วยการทำความสะอาดบ้าน 👍

“วิธีเสริมดวง” ด้วยการทำความสะอาดบ้าน 👍

การทำความสะอาดบ้าน นอกจากช่วยทำให้บ้านสะอาด น่าอยู่ และเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีอนามัยที่ดี ผ่อนคลาย สะอาดจากทั้งภายในสู่ภายนอก นำมาซึ่งสุขภาพกายและใจที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดจากการจัดวางของไม่เป็นระเบียบได้ด้วยค่ะ

นอกจากการทำความสะอาดแล้ว อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการจัดบ้านให้น่าอยู่อยู่เสมอ นั่นคือการตกแต่ง จัดของ และวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ที่อาจต้องพึ่งทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ด้วยกัน ซี่งไม่เพียงแค่ทำให้บ้านดูสะอาดหูสะอาดตา แต่การที่บ้านได้รับการทำความสะอาดและดูแลอย่างดีนั้น ยังช่วยเสริมฮวงจุ้ย เสริมดวง เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้อาศัยอีกด้วยค่ะ วันนี้ Seekster จะพาไปรู้จักการทำความสะอาดจัดบ้านเสริมดวงตามความเหมาะสมของแต่ละห้องกันค่ะ

ห้องนอน
-เตียงนอน ควรจะต้องมีหัวเตียง และไม่ควรวางเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นสิ่งที่ดึงดูดฝุ่นให้มาจับได้ง่าย และควรมีระยะห่างระหว่างเตียงนอนกับประตู ไม่ควรอยู่ในแนวเดียว
-โคมไฟ ควรวางไว้เป็นคู่ ทั้ง 2 ด้านของเตียงนอน เพื่อความสมดุลของพลังงานที่อยู่บนเตียง อีกทั้งยังช่วยให้ห้องมีแสงไฟที่สม่ำเสมอ แต่จะต้องไม่สว่างมากจนเกินไป ควรเป็นไฟสีโทนสีส้มอ่อน จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ร่างกายพักผ่อนได้ดีที่สุด และมีชั่วโมงการนอนที่สุขภาพดีขึ้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อื่นๆ ควรมีผ้าคลุม และจะต้องทำความสะอาดบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการเป็นโรคภูมิแพ้จากฝุ่นได้ง่าย
-กระถางต้นไม้ ควรวางไว้นอกห้องหรือวางไว้ให้พ้นสายตาจากจุดที่เตียงอยู่ เพราะตามศาสตร์โบราณของจีน ต้นไม้นั้นมีพลังหยางค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลให้พลังงานของผู้อาศัยนั้นไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้การนอนหลับพักผ่อนได้ไม่เต็มที่
-รูปภาพ การติดรูปคนรักหรือคนสำคัญไว้ในห้องนอนไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ไม่ควรจะมีเยอะจนเกินไป ควรเป็นภาพที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป
หน้าต่าง ไม่ควรจะวางไว้ตรงกลางระหว่างประตูกับหน้าต่าง นอกจากแสงที่จะรบกวนผู้อาศัยแล้ว ตามศาสตร์ฮวยจุ้ยนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดพลังงานออกไปในขณะพักผ่อน ควรมีผ้าม่านกั้นไว้อีกชั้นและไม่ควรเปิดประตูทิ้งไว้

ห้องทำงาน
ห้องทำงานควรได้รับดูแลรักษาและเอาใจใส่ทำความสะอาดเป็นพิเศษรองมาจากห้องนอน เพราะนอกจากจะช่วยเสริมบารมีให้กับผู้ที่ใช้งานห้องนี้เป็นประจำแล้ว ทั้งในเรื่องของสุขภาพก็จะดีขึ้นตามลำดับ ทำให้งานเดินได้ดีขึ้น ทำงานได้มากขึ้น มีผลสำเร็จทางด้านการงานมากขึ้นไปอีกด้วยนั่นเองค่ะ

ห้องทำงานควรเป็นห้องที่โปร่ง เข้าไปใช้งานแล้วรู้สึกโล่ง สบายใจ ไม่ควรเก็บเอกสารจนแน่นเกินไป มีพื้นที่เรียบ น่าเดิน รูปทรงของห้องทำงานควรเป็นสี่เหลี่ยมเท่านั้น เพราะเป็นธาตุดิน ให้ความเสถียรภาพ ช่วยให้มีความคิดโลดแล่น คิดงาน ทำงาน ได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพนั่นเอง

อย่าลืมที่จะทำความสะอาดและจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบทุกครั้งหลักเลิกงาน ไม่วางสิ่งของระเกะระกะบนโต๊ะทำงาน นอกจากจะทำให้ทำงานไม่สะดวกแล้ว การไหลเวียนของลาภผลก็ยังติดๆ ขัดๆ อีกด้วย ส่งผลให้การงานมีอุปสรรค ควรเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ฝุ่นเกาะเอกสาร สามารถวางต้นไม้เล็กๆ ไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้องได้ เพื่อช่วยลดอาการตึงเครียด และเพิ่มพลังในการทำงานได้เป็นอย่างดี และหากใครที่กังวลเรื่องคราบกาวบนผนัง สามารถทำความสะอาดออกได้ด้วยกระดาษอเนกประสงค์ชุบน้ำมันพืชวางทับไว้ แล้วค่อยๆ เช็ดคราบออกด้วยกระดาษอเนกประสงค์แผ่นใหม่อีกที แค่นี้ก็สะอาดวับในพริบตาแล้วค่ะ

ห้องครัว
-เตาทำอาหาร ให้ใช้กระดาษอเนกประสงค์ชุบน้ำส้มสายชูแล้วเช็ดเตาให้เงาวับ
-เตาไมโครเวฟ ให้นำกระดาษอเนกประสงค์ไปชุบน้ำให้ชุ่มและหยดน้ำยาล้างจานลงไป นำไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนปานกลาง 3 นาที เมื่อหายร้อนแล้วก็เช็ดคราบที่ไมโครเวฟให้เกลี้ยงได้เลย
-ซิงค์ล้างจาน ก็ขจัดคราบได้ง่ายๆ เช่นกัน แค่โรยเบคกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วซิงค์ แล้วใช้กระดาษอเนกประสงค์ชุบน้ำขัดคราบออก

ห้องน้ำ
ห้องน้ำถือเป็นอีกหนึ่งห้องที่สำคัญในหลักฮวงจุ้ยของจีนเลยค่ะ แทบไม่น่าเชื่อว่าการทำความสะอาดให้เอี่ยมอ่องนั้น จะเสริมดวงด้านโชคลาภและเงินทองของคนในบ้านด้วยนะคะ ว่ากันว่าห้องน้ำเปรียบเสมือนจุดอับ หรือจุดที่เราเอาสิ่งไม่ดีมาทิ้งไว้ในจุดๆ นี้ ดังนั้นคนจีนในสมัยก่อนจึงนิยมสร้างห้องน้ำแบบโปร่งๆ โล่งสบาย ไม่มีที่กั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งไม่ดีมารวมกันเพียงจุดๆ เดียวตามความเชื่อนั่นเองค่ะ

การจัดห้องน้ำให้โปร่ง และมีการจัดการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอนั้น นอกจากจะช่วยลดพลังงานด้านลบ เสริมพลังบวกแล้ว ในด้านสุขภาพอนามัยนั้น ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค เชื้อรา ที่เกิดจากความอับชื้น รวมไปถึงคราบต่างๆ ที่เกิดจากการใช้งานห้องน้ำที่เราใช้อย่างเป็นประจำทุกวันได้อีกด้วยค่ะ Seekster ขอแนะนำว่าควรทำความสะอาดห้องน้ำทุกๆ สัปดาห์ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งนั่นเองค่ะ และเมื่อใดที่เห็นคราบไม่พึงประสงค์ควรรีบเช็ดถู ทำความสะอาดให้เรียบร้อยนะคะ เพราะถ้าปล่อยสะสมไว้เป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดคราบสะสมฝังลึก เกิดเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ทำความสะอาดยากขึ้นั่นเองค่ะ

แน่นอนว่าหากบ้าน คอนโด และที่อยู่อาศัยของเราสะอาด ไร้ความสกปรก ไม่รุงรัง และได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความสงบให้กับผู้อยู่อาศัย และยิ่งเป็นการเสริมดวง เสริมโชคภาพ และมีฮวงจุ้ยดีๆ ให้กับบ้านของเรามากขึ้นนั่นเองค่ะ

ขอบคุณเครดิตจาก : Seekster🙏
https://blog.seekster.co/cleaning-decluttering-tips-by-horoscope/?fbclid=IwAR0Yh4H_vPO2BYG_sJEWfgS01h3mNqS_mvWQkR8PheUNWsyPdFpxvPA8sXY

Continue reading

วิธีทำความสะอาด "บ้าน คอนโด" กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 พักรอรับการรักษา🦠🧹

วิธีทำความสะอาด “บ้าน คอนโด” กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 พักรอรับการรักษา🦠🧹

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งต้องรอเตียงพื่อเข้ารับการรักษา โดยยังคงพักอยู่ภายในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ดังนั้นเรื่องการทำความสะอาดที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ซึ่งทางอธิบดีกรมอนามัยได้ออกมาเปิดเผยวิธีทำความสะอาดอย่างถูกต้องดังนี้
1.ผู้ทำความสะอาดต้องป้องกันตนเองด้วยการใส่แว่นตาป้องกัน และรองเท้าบูท
2.เริ่มจากทำความสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกก่อนจะฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นผิวด้วยสารฆ่าเชื้อ ซึ่งมีสาร 3 ชนิดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ
1) โซเดียมไฮโปคลอไรท์ หรือน้ำยาซักผ้าขาว ความเข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์
2) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือน้ำยาซักผ้าสี ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์
3) แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องเตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้ได้ความเข้มข้นดังกล่าว
สำหรับตัวอย่างการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ความเข้มข้น 6 เปอร์เซ็นต์ ขนาดบรรจุ 600 มิลลิลิตร โดยผสมให้ได้ความเข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์นั้นให้ใช้ผลิตภัณฑ์ไป 2 ฝา หรือ 20 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 1 ลิตร และใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดตามบริเวณที่มีการสัมผัสหรือใช้งานร่วมกันบ่อยๆ เช่นลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ รีโมทคอนโทรล ราวบันได เป็นต้น
หากเป็นสิ่งของหรือของใช้ขนาดเล็กแนะนำให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ได้ โดยขณะทำความสะอาดให้เปิดประตู หน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และให้แดดส่องทั่วถึงภายในบ้านหรือคอนโด

การทำความสะอาดห้องน้ำ
เน้นเช็ดบริเวณที่รองนั่ง โถส้วม ฝาปิดโถส้วม ที่กดชักโครก ราวจับ ลูกบิดหรือกลอนประตู ที่แขวนกระดาษชำระ อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ ที่วางสบู่ ผนังและซอกประตู ส่วนพื้นห้องน้ำใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ผสมไว้แล้วราดทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที

การจัดการขยะ
ให้เก็บรวบรวมขยะที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลายของผู้ติดเชื้อโควิด หรือสงสัยจะปนเปื้อนสารคัดหลั่งต่าง ๆ ของผู้ติดเชื้อโควิด ใส่ภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ (ถุงแดง) 2 ชั้น โดยถุงใบแรกที่บรรจุมูลฝอย ติดเชื้อแล้วให้ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว เช่น ไฮเตอร์ และมัดปากถุงด้วยเชือกให้แน่น แล้วฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ บริเวณปากถุง แล้วมัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่นและฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง จากนั้นเคลื่อนย้ายไปพักยังที่จัดไว้เฉพาะ เพื่อรอประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเก็บขนไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป
เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ถอดอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง และชำระร่างกายให้สะอาด และเปลี่ยนเสื้อผ้า

การล้างภาชนะ และอุปกรณ์ให้สะอาด
1.แช่น้ำร้อน 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 วินาที หรือใช้เครื่องอบที่อุณหภูมิ 80 – 100 องศาเซลเซียส แช่น้ำคลอรีน ที่ความเข้มข้น 100 พีพีเอ็ม โดยผสมผงปูนคลอรีน 60 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 ช้อนชา ในน้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วรินเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำใสผสมในน้ำสะอาด 20 ลิตร อบหรือผึ่งให้แห้งก่อนใช้ใส่อาหาร และจัดเก็บในที่สะอาด มีการปกปิด

2.แช่น้ำร้อน 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 วินาที หรือใช้เครื่องอบที่อุณหภูมิ 80 – 100 องศาเซลเซียส แช่ด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรท์ โดยใช้โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 6 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วน ครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร 1 นาที แล้วล้างน้ำให้สะอาด อบหรือผึ่งให้แห้งก่อนใช้ใส่อาหาร และจัดเก็บในที่สะอาด มีการปกปิดที่มิดชิด

ขอบคุณเครดิตจาก : กรมอนามัย🙏https://www.sanook.com/home/29665/?fbclid=IwAR2vehmwAlbYaZPrHOWYiKHms2Riuhq-L1y7_WXQ3wZLuAxuoPAWQx8fqG8

Continue reading

กรม สบส. ย้ำกลับถึงบ้าน ดูแลความสะอาดร่างกาย ห่างไกลโควิด 19

กรม สบส. ย้ำกลับถึงบ้าน ดูแลความสะอาดร่างกาย ห่างไกลโควิด 19

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนะประชาชนปฏิบัติ 7 วิธี หยุดโควิด 19 เมื่อกลับถึงบ้าน
1. ทำความสะอาดรถยนต์ทุกครั้งหลังใช้งาน เช่น เบาะที่นั่ง พวงมาลัย
2. เก็บรองเท้าไว้นอกบ้าน หรือจัดเก็บรองเท้าเป็นสัดส่วน
3. ถอดหน้ากากอนามัย ทิ้งใส่ถุงให้มิดชิด
4. เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋า มือถือ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
5. ล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่และน้ำสะอาด ก่อนกินอาหาร ก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้า และหลังจับสิ่งของสาธารณะ หลังเข้าห้องน้ำ
6. เปลี่ยนเสื้อผ้า และแยกตะกร้าผ้า ชุดที่ใส่นอกบ้านและในบ้านออกจากกัน
7. หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถศึกษาหาความรู้ด้านสุขภาพได้ทางคลังความรู้ด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (healthydee.moph.go.th)

กรม สบส. ย้ำป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เมื่อกลับถึงบ้าน ด้วยการทำความสะอาดรถยนต์ เก็บรองเท้าไว้นอกบ้าน ถอดหน้ากากอนามัย เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว ล้างมือให้สะอาด และทำความสะอาดร่างกาย

ขอบคุณเครดิตจาก : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

Continue reading

8 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดเพื่อความเป็นสิริมงคล✅

8 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดเพื่อความเป็นสิริมงคล✅

ทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากการทำความสะอาดบ้านจะช่วยปรับปรุงสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้านได้แล้ว ความเป็นสิริมงคลของบ้านก็เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แค่ทำความสะอาดบ้านตามจุดเหล่านี้

ไม่ว่าใครก็คงอยากอยู่ในบ้านที่แลดูสะอาดสะอ้าน เพราะหากบ้านสะอาดก็จะมีบรรยากาศน่าอยู่ขึ้นมาเลยทันที แต่แค่นั้นยังไม่พอนะคะ เพราะความสะอาดของบ้านใน 8 จุดต่อไปนี้ ยังช่วยส่งเสริมความเป็นสิริมงคล และถูกหลักฮวงจุ้ยบ้านจนนำพาโชคลาภมาให้คุณ ๆ กันด้วย
1. ทำความสะอาดห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นจุดที่สะสมทั้งเชื้อโรคและพลังงานด้านลบเอาไว้เยอะพอสมควร ดังนั้นห้องน้ำก็ควรเป็นห้องแรกที่ต้องทำความสะอาดให้หมดจด เพราะนอกจากจะทำให้เราได้ใช้ห้องน้ำที่สะอาดถูกสุขอนามัยแล้ว การทำความสะอาดห้องน้ำยังเหมือนได้กำจัดพลังงานด้านลบที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายของคนในบ้านได้อีกต่างหาก
2. ห้องครัวต้องเอี่ยม
ในศาสตร์ของฮวงจุ้ย ห้องครัวเป็นห้องที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของคนในบ้าน ซึ่งทางที่ดีเราก็ควรดูแลห้องครัวให้สะอาดเอี่ยมทุกซอกทุกมุมอยู่เสมอ เพื่อให้พลังงานดีไหลเวียนในห้องนี้ได้อย่างสะดวก นำพาความร่ำรวยและโชคลาภมาสู่เราอย่างลื่นไหล
3. กำจัดฝุ่นทุกจุดในห้องนอน
ห้องที่สื่อถึงเรื่องสุขภาพโดยตรงก็คือห้องนอนของเรานี่เองนะคะ เพราะตลอด 6-8 ชั่วโมงที่เรานอนหลับอยู่ในห้องนอน ก็เท่ากับเราได้หายใจเอาอากาศที่ไหลเวียนอยู่ในห้องนี้เข้าปอดไปเต็ม ๆ ซึ่งอากาศที่ว่าก็คงจะปะปนไปด้วยฝุ่น เชื้อโรค และแบคทีเรียมากหน้าหลายตา ดังนั้นใครตื่นมาพร้อมความรู้สึกอ่อนเพลียก็ไม่ต้องแปลกใจเลย เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นเรามากำจัดเจ้าฝุ่นและเชื้อโรคที่แฝงตัวเนียน ๆ อยู่ในห้องนอนเราให้หมดไปซะดีกว่า โดยไล่ดูดฝุ่นตั้งแต่ฟูกนอน ผ้าม่าน พื้นใต้เตียง บนหลังตู้ ตามขอบหน้าต่างทุกบาน พร้อมกันนั้นก็ถอดปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และผ้าคลุมเตียงไปซัก แล้วอย่าลืมนำหมอนออกไปตากแดดจัด ๆ เพื่อไล่ฝุ่นด้วย
4. บ้านต้องสะอาดทุกซอกทุกมุม
ความสะอาดทุกซอกทุกมุมก็หมายถึงทุกตารางนิ้วในบ้านต้องหมดจดอย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะตามซอกมุมในบ้านทุกจุด เช่น มุมห้องรับแขก มุมห้องนอน มุมเพดาน และมุมห้องทุกส่วนในบ้าน ที่มักจะมีแมงมุมไปชักใยทิ้งไว้ ทว่านับแต่นี้ต่อไปเพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้าน รวมทั้งเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคน เรามาจัดการซอกมุมเหล่านี้ให้สะอาดเอี่ยมกันไปเลยเถอะ
5. บริเวณนอกบ้านก็อย่ามองข้าม
หลังจากดูแลความสะอาดในบ้านไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ถึงตาบริเวณนอกบ้านกันบ้าง โดยอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณทำความสะอาดบริเวณนอกบ้านทั้งขอบหน้าต่าง ทางเดินเข้าบ้าน และพื้นที่อื่น ๆ ได้โดยง่ายและเหนื่อยน้อยก็คือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (ราคาประมาณ 2,000-10,000 บาท) ด้วยพลังอัดฉีดน้ำที่รุนแรงจะช่วยให้คุณกำจัดทุกสิ่งสกปรกออกไปได้หมดจดในพริบตา แต่หากใครสะดวกจะค่อย ๆ ปัด กวาด เช็ด ถูไปทีละจุดก็ไม่ว่ากัน ขอแค่ให้บริเวณนอกบ้านดูสะอาดตาเท่านั้นก็เป็นอันใช้ได้ แค่นี้ตั้งแต่หน้าบ้านเป็นต้นมาก็จะมีสภาพที่สะอาดน่ามอง พร้อมต้อนรับความโชคดีแล้วจ้า
6. หลังตู้ก็ต้องใส่ใจ
บนหลังคาบ้าน เฟอร์นิเจอร์ที่มีบริเวณด้านบน หรือแม้กระทั่งโคมไฟก็เป็นแหล่งสะสมเศษสกปรกและฝุ่นไว้ไม่น้อย ฉะนั้นถ้าอยากให้บ้านสะอาดเอี่ยมอย่างหมดจดจริง ๆ ก็ควรใส่ใจทำความสะอาดพื้นที่บริเวณเหล่านี้ด้วย แค่นี้ก็ไร้อุปสรรคมาขัดขวางความเป็นสิริมงคลของบ้านแล้ว
7. กระดาษที่ไม่ใช้ต้องกำจัดออก
ไม่ว่าจะเป็นกระดาษเหลือใช้หรือแม้กระทั่งนิตยสารเก่าเก็บที่คนในบ้านไม่เคยหยิบมาอ่านอีกเลย ก็ควรกำจัดออกไปซะ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในบ้านให้กว้างขวางขึ้น พร้อมทั้งกำจัดแหล่งกักเก็บฝุ่นอีกจุดออกไปให้หมด หรือใครมีไอเดียสร้างสรรค์จะนำกระดาษเหลือใช้เหล่านี้มารีไซเคิลเป็นของใช้และของแต่งบ้านเก๋ ๆ ก็ได้นะ
8. จัดการความสกปรกบนผืนพรม
สำหรับบ้านที่ปูพรมเอาไว้ ส่วนของพรมก็ต้องทำความสะอาดเป็นประจำ และเพื่อเคลียร์บ้านให้พร้อมรับโชคลาภ ความรุ่งเรือง ควรจำนำพรมไปทำความสะอาดอย่างล้ำลึกยังร้านที่มีบริการทำความสะอาดพรมอย่างเต็มรูปแบบด้วยนะคะ อย่างน้อยยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปบ้างเพื่อแลกกับบรรยากาศสะอาด ๆ ของบ้านปีละครั้งก็ยังดี

อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าความสะอาดเป็นสิริมงคลอย่างที่สุดของบ้าน ซึ่งจะนำพาความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ความโชคดีในชีวิต และความมั่งคั่งร่ำรวยมาหาทุกคนในบ้านอย่างแน่นอน และอย่างน้อยที่สุดสมาชิกครอบครัวทุกคนก็จะได้อาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาด มีบรรยากาศน่าพักผ่อนให้สมกับคำว่าบ้านแสนสุขอย่างแท้จริงด้วยนะคะ

ขอบคุณเครดิตจาก : กระปุกดอทคอม🙏https://home.kapook.com/view92899.html?fbclid=IwAR3pEvkmOwH0UDA24fXUWxpl6qW4S-PXzxZOkMtFdfJcjJAIv8a48_rlX3s

Continue reading

ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการทางเดินหายใจหรือมีอาการเป็นหวัด

ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการทางเดินหายใจหรือมีอาการเป็นหวัด

02
หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำหรือสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ
03
ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น
04
อยู่ห่างจากคนที่ไอหรือจาม 180 เซ็นติดเมตร เพื่อให้พ้นจากรัศมีน้ำลายที่จะกระจายออกมา
05
สวมหน้ากากอนามัยในที่ชุมชนหรือที่ที่มีคนหนาแน่น
06
กินอาหารปรุงสุกร้อน ใช้ช้อนกลาง และพักผ่อนให้เพียงพอ

Continue reading

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมทั่วร่างกาย เลือดและสารอื่น ๆ จะรั่วซึม ออกมาทั่วร่างกาย

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมทั่วร่างกาย

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมทั่วร่างกาย เลือดและสารอื่น ๆ จะรั่วซึม ออกมาทั่วร่างกาย ทำให้เกิด “ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา”
ร้อยละ 2 ของผู้ป่วยเบาหวานมักจะสูญเสียดวงตา
อาการ
ระยะแรกไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ
มีจุดเลือดออกในจอตา
ไขมันรั่วออกมาในจอตา ทำให้จอประสาทตาบวม
เลือดออกในน้ำวุ้นตา
จอประสาทตาหลุดลอก
ข่าวร้ายก็คืออาจไม่สามารถรักษาให้ดวงตากลับมาเป็นปกติได้

Continue reading

ทำความสะอาด “6 จุดเสี่ยง” ในบ้าน ช่วยป้องกัน “เชื้อไวรัส โควิด 19” ได้ทันที

จุดเสี่ยงที่ 1 สวิตซ์ไฟ และปุ่มกดเครื่องใช้ไฟฟ้า
“สวิตซ์ไฟ และปุ่มกดเครื่องใช้ไฟฟ้า” ถือเป็นจุดที่เชื้อโรค และเชื้อไวรัสสะสมตัวอยู่มากที่สุด โดยเฉพาะสวิตซ์ในห้องน้ำ ที่ถูกใช้งานบ่อยๆ และอาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค หรือเชื่อไวรัสไปยังคนอื่นๆ ได้โดยการสัมผัสต่อๆ กัน ถ้าหากไม่ได้รับการทำความ
ดังนั้นเราจึงควรเช็คทำความสะอาดบริเวณนี้ด้วย “แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ” เป็นประจำ ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรค และเชื้อไวรัสได้ค่ะ
จุดเสี่ยงที่ 2 ลูกบิดประตู และราวจับบันได
“ลูกปิดประตู หรือราวจับบันได” ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถูกหลายๆ คนสัมผัสอยู่ตลอด ทำให้มีโอกาสในการสะสมเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้มากกว่าทีอื่นๆ ภายในบ้าน หรือบริษัท
ดังนั้นเราจึงควรทำความสะอาดบริเวณนี้บ่อยๆ ด้วยการนำเอา “น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำ” มาเช็ดทำความสะอาด ก็จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค และเชื้อไว้รัสได้ค่ะ
จุดเสี่ยงที่ 3 รีโมทคอนโทรล และแป้นพิมพ์
“รีโมทคอนโทรล หรือแป้นพิมพ์” ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงในการสะสมเชื้อโรค และเชื้อไวรัสที่ถูกคนมองข้ามมากที่สุด แต่กลับเป็นจุดเสี่ยงที่มีโอกาสแพร่เชื้อไวรัสผ่านการสัมผัสไปยังคนอื่นได้มากที่สุด
ดังนั้นเราควรเช็ดทำความสะอาดด้วย “น้ำยาฆ่าเชื้อ และใช้คอตตอนบัดจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดตามซอกเล็กๆ บนตัวรีโมท หรือแป้นพิมพ์” ก็จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค และเชื้อไวรัสได้แล้วค่ะ
จุดเสี่ยงที่ 4 ก๊อกน้ำ และปุ่มกดชักโครก
“ก๊อกน้ำ หรือปุ่มกดชักโครก” นับว่าเป็นจุดที่ถูกใช้งานเป็นประจำ แต่กลับถูกละเลยเรื่องการทำความสะอาดไปแบบไม่ใยดี ทำให้บริเวณเหล่านี้มีเชื้อโรค และเชื้อไวรัสสะสมอยู่มาก
ดังนั้นเราจึงควรเช็ดทำความสะอาดบริเวณนี้ด้วย “ผ้าชุบน้ำร้อน และใช้น้ำฆ่าเชื้อเช็ดตาม” เป็นประจำ ก็จะช่วยป้องกันการสะสมเชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ได้ค่ะ
จุดเสี่ยงที่ 5 ลูกบิดเตาแก๊ส
“ลูกบิดเตาแก๊ส” ก็ถือว่าเป็นแหล่งสะสมสะสมของเชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสได้เป็นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียที่มาจากอาหาร
รวมไปถึงสิ่งสกปรก และเชื้อไวรัสที่อาจติดมากับมือของคนในครอบครัวจากการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ภายนอกบ้าน
ดังนั้นเราจึงควร “ถอดลูกบิดมาล้างทำความสะอาดทุกสัปดาห์” ก็จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค และเชื้อไวรัสต่างๆ ได้ค่ะ
จุดเสี่ยงที่ 6 ประตูตู้เย็น
“ประตูตู้เย็น” บริเวณนี้ถือเป็นจุดยอดฮิต ที่ถูกคนในบ้านใช้งานบ่อยที่สุด ทั้งหยิบน้ำ และหยิบของกิน ทำให้บริเวณมือจับของตู้เย็นกลายเป็นจุดเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการสะสมเชื้อโรค และเชื้อไวรัส
ดังนั้นเราควรหมั่นใช้ “น้ำยาเช็ดทำความสะอาด” เป็นประจำ ก็จะช่วยป้องกัน และลดการสะสมของเชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสได้เเหมือนกันค่ะ
ซึ่งสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังทำความสะอาดบ้าน หรือบริษัทเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ “เชื้อไวรัสโควิด 19” ก็ลองเช็คกันดูนะคะว่าเราทำความสะอาดทุกจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสแล้วหรือยัง
ถ้ายังก็รีบไปทำความกันด้วยนะคะ จะได้ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ทั้งกับตัวเอง คนในครอบครัว และคนรอบข้างได้ค่ะ
ขอขอบคุณเครดิตจาก : Good idea🙏
https://goodideaoutlet.com/protech-covid19/

Continue reading