โอวาทเมด ขอชื่นชมคนดี

ขอชื่นชม แม่บ้านทำความดี เก็บเงินคืนเจ้าของ

วันที่ 13 กันยายน 2564แม่บ้านโอวาท เจอเงินตกหล่นจำนวนหนึ้งแล้วส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานตามเจ้าของ ?นางสาวแตงกวา สืบแจ้ง มีความซื่อสัตย์สุจริต

Continue reading

มีเหตุสะเทือนใจ !!!

ใช้ Suma J-512 เป็นเหตุ
แบคทีเรีย เชื้อโรค ไวรัส ตายเรียบ

ใช้กับที่ใส่ภาชนะอาหาร ก็ดี พัสดุ ก็ได้ สั่งของออนไลน์
มีต้องใช้ ฉีด พ่น เช็ด ถู ได้หมด แล้วจะสดชื่น

ยินดีให้คำตอบลูกค้า ช่วยแก้ไขปัญหา ให้ตรงจุด
“สะอาดดี สังคมดี” ไปกับเรา
inbox มาหาเรา หรือ
@line ปรึกษาเราได้ที่ @owatmaid

Continue reading

รวมวิธีทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ

รวมวิธีทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ

รวมวิธีทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ

แน่นอนว่าเฟอร์นิเจอร์นั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ภายใน บ้าน หรือ คอนโด ดูสวยงามน่าอยู่ แต่หากไม่ดูแลรักษาให้ดีก็อาจจะทำให้บ้านของคุณดูเก่าได้เหมือนกัน โดยเราจะพามาดูวิธีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ในชนิดต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละชนิดมีวิธีทำความสะอาดไม่เหมือนกัน หากทำความสะอาดผิดวิธีอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์เสียหายได้เลย แล้วจะทำยังไงล่ะ? ให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา มาดูกันเลย

1. เฟอร์นิเจอร์ผ้าถอดซักได้

ถือว่าเป็นเฟอร์ฯ ยอดนิยมในปัจจุบันเพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าชนิดอื่น วิธีทำความสะอาดคือถอดแยกชิ้นส่วนมาแยกซัก แนะนำให้ซักด้วยมือโดยใช้น้ำอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา เพราะหากน้ำร้อนเกินไปอาจจะทำให้ผ้านั้นเสียทรงได้ จากนั้นอย่าตากในแดดที่แรงมากเพราะอาจทำให้สีของผ้าซีดไปกว่าเดิม

2. เฟอร์นิเจอร์ผ้าถอดซักไม่ได้

ควรเริ่มจากการทำความสะอาดบริเวณผิวหน้าโซฟาเป็นอันดับแรก โดยใช้แปรงขนอ่อนๆ เพื่อรักษาผิวโซฟา และดูดฝุ่นไปในตัว ถ้าหากมีรอยคราบแนะนำให้ใช้ผ้าไฟเบอร์จุ่มน้ำส้มสายชูเล็กน้อยถูบริเวณที่เปื้อนเบาๆ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนเช็ดทับลงไปอีกที ซึ่งควรใช้ผ้าหมาดในการเช็ด จากนั้นใช้เครื่องเป่าผมเป่าให้แห้ง

3. เฟอร์นิเจอร์ไม้

คงไม่ดีแน่หากทิ้งคราบสกปรกไว้บนเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นเวลานาน ควรทำความสะอาดทันทีที่เปื้อนโดยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสบู่ หรือผ้าชุบน้ำส้มสายชู เช็ดเบาๆ เพื่อไม่ให้สีเคลือบไม้ลอก จากนั้นก็ขัดเงาได้เลย แต่ไม่ควรใช้น้ำยาขัดเงาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะอาจจะทำให้เนื้อไม้เสียได้ ส่วนเฟอร์ฯ ที่ทำจากไม้เนื้ออ่อนควรฉีดยาฆ่าแมลงกันปลวกและนำไปตากแดดอ่อนๆ หลีกเลี่ยงการวางไว้ในที่ชื้น

4. เฟอร์นิเจอร์หนัง

เฟอร์นิเจอร์หนังมีราคาค่อนข้างสูงจึงควรดูแลรักษาให้ถูกวิธี การทำความสะอาดสามารถใช้ผ้าชุบน้ำสบู่ บิดให้หมาดแล้วเช็ดเบาๆ บริเวณที่มีคราบเปื้อน ไม่ควรเช็ดแรงเพราะอาจจะทำลายหนังและอาจทำให้หนังเป็นรอยด่างได้ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอา

5. เฟอร์นิเจอร์หินอ่อน

หากมีรอยคราบเปื้อนสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดได้ตามปกติ แต่หากมีรอยขีดข่วนสามารถใช้ผ้านิ่มชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ เฉพาะบริเวณ ช่วยลดรอยข่วนที่ไมลึกมากได้ หากมีรอยข่วนลึกควรใช้กระดาษทรายเนื้อละเอียดขัด ไม่ควรใช้กระดาษทรายเนื้อหยาบเพราะจะทำให้รอยยิ่งลึกลงไปอีก

6. เฟอร์นิเจอร์หวาย

การทำความสะอาดหวายนั้นทำได้ไม่ยากเพียงแค่ใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นตามร่องต่างๆ ถ้าหากมีรอยเปื้อนมากสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดและนำไปตากแดดได้ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือแมลงอย่างมอด ปลวก ที่สามารถกัดกินเนื้อหวายได้ สามารถป้องกันด้วยการฉีดน้ำมันก๊าดเข้าไปบริเวณรูที่โดนมอดเจาะ

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่รู้ถึงประเภทของเฟอร์นิเจอร์ที่คุณมี แล้วดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพียงแค่นี้ก็สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานได้แล้ว แถมยังช่วยให้บ้านดูใหม่เสมอ และยังไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์บ่อยๆ อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : livinginsider
https://www.livinginsider.com/inside_topic/4939/1/%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94%20%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86.html

Continue reading

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า กับวิธีทำความสะอาดที่น่ารู้

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า กับวิธีทำความสะอาดที่น่ารู้

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า กับวิธีทำความสะอาดที่น่ารู้

วิธีทำความสะอาดเตาแก๊สและเตาไฟฟ้า ขัดคราบเกรอะกรัง ทั้งคราบเศษอาหาร น้ำมัน และฝุ่น ให้หมดไปจากเตาของเรา รับรองว่าจัดการคราบได้ไม่เหลือ เตากลับมาเหมือนใหม่แน่นอน

ต่อให้หน้าตาของอาหารจะน่ากินสักแค่ไหน แต่ถ้าหันไปเห็นห้องครัวสกปรก โดยเฉพาะหัวเตาแก๊สที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและเศษอาหาร ก็พาลไม่อยากกินแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องกังวลไป เพราะไม่ว่าคราบสกปรกนั้นจะหนักหนาหรือเบาบางแค่ไหน กระปุกดอทคอมก็มีวิธีทำความสะอาดเตาแก๊สและเตาไฟฟ้ามาบอกต่อ ให้สะอาดเหมือนใหม่ พร้อมกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง

1. เบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว

สำหรับวิธีนี้หลังจากโรยเบกกิ้งโซดาลงบนเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า ก็บีบน้ำมะนาวซ้ำลงไป ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วเช็ดส่วนผสมออกพร้อม ๆ กับคราบสกปรก จัดการเช็ดหน้าเตาให้สะอาดอีกครั้งด้วยฟองน้ำก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

2. เบกกิ้งโซดา

เรียกได้ว่าเป็นของใช้วิเศษประจำบ้านเลยก็ว่าได้ แค่นำผ้าที่ใช้เช็ดทำความสะอาดไปชุบน้ำให้เปียกหมาด โรยเบกกิ้งโซดาลงบนผ้าเปียก แล้วนำไปถูตามหัวเตารวมทั้งแผงปุ่มบริเวณรอบ ๆ สังเกตเห็นได้ว่าคราบน้ำมันและคราบอาหารจะค่อย ๆ หายไป

3. น้ำส้มสายชูและใบมีดโกน

แน่นอนว่าสูตรนี้เหมาะใช้กับเตาไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะใบมีดโกนจะช่วยกำจัดคราบบนพื้นผิวเรียบ ๆ ได้ เริ่มจากนำผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูแล้วเช็ดคราบส่วนเกินออกจากหน้าเตาก่อน จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วหัวเตาไฟฟ้า นำผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนบิดหมาดไปคลุมทับเบกกิ้งโซดาเช่นเดียวกับสูตรข้างบน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วเช็ดเบกกิ้งโซดาออกพร้อมกับคราบสกปรก สำหรับคราบไหม้ที่เช็ดออกยากให้นำใบมีดโกนมาปาดออกเบา ๆ ห้ามกดลึกจนเกินไป มิเช่นนั้นหัวเตาจะเกิดรอยขีดข่วน และอย่าลืมใช้ผ้าหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดออกในขั้นตอนสุดท้าย

4. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide)

วิธีทำความสะอาดเตาแก๊สและเตาไฟฟ้า

ถ้าเจอคราบหนักบนเตาแก๊สและแถมยังทำความสะอาดยากอีกต่างหาก แนะนำให้ใช้สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เลยค่ะ ก่อนอื่นจะต้องทำความสะอาดคราบส่วนเกินออกซะก่อน โดยถูน้ำสบู่ จากนั้นผสมเบกกิ้งโซดากับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ค่อย ๆ ผสมทั้ง 2 อย่างนี้ จนกว่าจะได้เนื้อสครับเข้มข้น ใช้ทิชชูอย่างหนาชุบแล้วขัดถูเตา เน้นบริเวณคราบหนักจนกว่าคราบนั้นจะหลุดออกหมด แต่ถ้ายังมีคราบอยู่ก็ให้พอกส่วนผสมทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง

5. น้ำสบู่และน้ำส้มสายชู

สูตรนี้อาจจะมีหลายขั้นตอนหน่อยแต่รับรองได้เลยว่าสะอาดและได้ผลดีแน่นอน ก่อนอื่นให้ถอดขาตั้งเตาไปแช่ในน้ำสบู่ร้อนทิ้งไว้ ใช้ทิชชูอย่างหนาเช็ดคราบส่วนเกินออกจากหัวเตา พ่นสเปรย์น้ำส้มสายชูที่ผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากันลงบนคราบสกปรก ถอดหมวกเตาและหัวเตาด้านในออก ใช้ผ้าเช็ดเศษคราบสกปรกออกให้เกลี้ยง แต่ถ้าหากยังมีเศษอาหารติดอยู่ตามร่องก็ให้ใช้เข็มหรือลวดเขี่ยออก ต่อมาก็นำแปรงสีฟันอันเก่าไปชุบน้ำสบู่เพื่อขัดถูคราบบนเตา ใช้ผ้าเช็ดคราบสบู่ออกให้เกลี้ยงดี แล้วนำแปรงสีฟันไปขัดขาตั้งเตาที่แช่ไว้ต่อเลย เมื่อทุกส่วนสะอาดดีแล้ว ค่อยประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าที่

6. ทำความสะอาดพลาสติกละลายติดเตา

ถ้ามีเศษพลาสติกหลงปลิวไปติดบนหัวเตาไฟฟ้าที่กำลังร้อนอยู่ จนพลาสติกละลายและมีคราบเกาะหัวเตา ให้รีบดึงพลาสติกออกแล้วปิดเตาเพื่อรอให้เย็นตัวลง จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดาลงบนคราบพลาสติกที่ละลาย ฉีดพ่นสเปรย์น้ำส้มสายชูลงไป ใช้ผ้าหนา ๆ หรือฟองน้ำขัดถูออกคราบ และเช็ดเบกกิ้งโซดาออกอีกครั้งด้วยผ้าเปียกหมาด คราบพลาสติกละลายก็จะหายไป

7. น้ำส้มสายชูหมักจากเปลือกส้มและเปลือกมะนาว

สูตรทำความสะอาดนี้เป็นสูตรธรรมชาติที่ช่วยกำจัดคราบหนักอย่างอ่อนโยน ก่อนอื่นทำความสะอาดคราบสกปรกส่วนเกินออกด้วยน้ำสบู่ จากนั้นก็ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากเปลือกส้มและเปลือกมะนาวกับเบกกิ้งโซดาให้เป็นเนื้อสครับเข้มข้น เติมเกลือทะเลลงไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดคราบไหม้ พอกส่วนผสมลงบนคราบแล้วทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นก็เช็ดเอาส่วนผสมออกไปพร้อมกับคราบไหม้

8. น้ำสบู่ร้อน ๆ

วิธีทำความสะอาดเตาแก๊สและเตาไฟฟ้า

วิธีนี้เหมาะกับการทำความสะอาดเตาไฟฟ้า ก่อนอื่นให้นำทิชชูชนิดหนามาเช็ดคราบสกปรกส่วนเกินบนหัวเตาออกก่อน จากนั้นก็ผสมน้ำร้อนจำนวนหนึ่งกับสบู่เหลว 1-2 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากันดี โรยเบกกิ้งโซดาลงบนหัวเตาให้ทั่วเน้นบริเวณที่มีคราบเหนียวเหนอะหนะติดอยู่ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสบู่ร้อน (ขั้นตอนนี้ควรสวมถุงมือหนา ๆ เพื่อป้องกันความร้อนด้วย) บิดพอหมาด ๆ แล้วนำมาคลุมทับผงเบกกิ้งโซดาที่โรยทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ถ้าสังเกตเห็นผ้าเริ่มแห้งไวกว่ากำหนด ให้พรมน้ำสบู่ร้อนลงไป จากนั้นก็ค่อย ๆ ม้วนผ้าเป็นวงกลมเพื่อกวาดเบกกิ้งโซดาออกมา แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำเย็นมาเช็ดทำความสะอาดหัวเตาซ้ำ ตามด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อเช็ดเตาให้เกลี้ยง

9. น้ำมันมะพร้าว

เป็นอีกหนึ่งสูตรผสมที่มีคุณสมบัติเหมือนจาระบี โดยการผสมเบกกิ้งโซดา 2 ส่วนกับน้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน และเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปอีก 2-3 หยด คนส่วนผสมทั้งหมดให้ข้ากัน จนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะกลายเป็นเนื้อสครับเข้มข้น จึงจะนำไปใช้ขัดคราบสกปรกที่หัวเตาได้

10. แอมโมเนีย

หากใครสนใจใช้สูตรนี้แนะนำให้เปิดช่องระบายอากาศในครัวไว้ก่อนเลยค่ะ เริ่มจากนำกระดาษทิชชูชนิดเนื้อหนามาคลุมไว้ที่เตาแก๊ส แล้วพรมแอมโมเนียลงไปให้พอชุ่ม อย่าให้แฉะจนเกินไป ทิ้งไว้ 1 คืน จะสังเกตเห็นได้ว่าคราบน้ำมันและเศษอาหารที่เกาะแน่นนั้นหลุดออกอย่างง่ายดาย แต่อย่าลืมเช็ดทำความสะอาดแอมโมเนียให้เกลี้ยงก่อนใช้งานด้วยนะคะ

แต่ละวิธีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ล้วนแล้วแต่หาได้จากในบ้านทั้งนั้นเลย เอาเป็นว่าใครที่กำลังเจอกับปัญหาเตาสกปรก ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าก็สามารถนำสูตรเหล่านี้ไปปรับใช้ได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kapook
https://home.kapook.com/view82368.html

Continue reading

4 วิธีทำความสะอาดเครื่องใช้ ป้องกัน COVID-19

4 วิธีทำความสะอาดเครื่องใช้ ป้องกัน COVID-19

4 วิธีทำความสะอาดเครื่องใช้ ป้องกัน COVID-19

สิ่งของเครื่องใช้ที่สัมผัสบ่อย ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ปากกา : เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70-90% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น โต๊ะ เตียง เก้าอี้ ห้องน้ำ : ผสมน้ำยาฟอกขาว (3-6% โซเดียมไฮโปคลอไรท์) กับน้ำ ในสัดส่วน 1 ต่อ 49 เช่น ไฮเตอร์ 1 ฝา (ประมาณ 10 ซีซี) ผสมกับน้ำครึ่งลิตร นำไปเช็ดหรือแช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
พื้นผิวโลหะ เช่น มือจับหรือลูกบิดประตู : เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70-90% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง แต่ห้ามใช้น้ำยาฟอกผ้าขาวเพราะมีฤทธิ์กร่อนโลหะ
ผ้า เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน : ใช้ผงซักฟอกและน้ำ ซักล้างได้ตามปกติ หรือซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียส

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : vejthani
https://www.vejthani.com/th/2020/03/%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-covid-19/

Continue reading

วิธีทำความสะอาด เหรียญ ธนบัตร ให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส โควิด-19

วิธีทำความสะอาด เหรียญ ธนบัตร ให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส โควิด-19

วิธีทำความสะอาด เหรียญ ธนบัตร ให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส โควิด-19

เหรียญ
1.ล้างด้วยน้ำและสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
2.ใช้ผ้าหรือทิชชูเช็ดให้แห้ง
3.ตากแดดก่อนใช้

ธนบัตร
1.ใช้สำลีชุบแอลกอ ฮอร์ความเข้มข้น อย่างน้อย 70% บีบหมาดๆ
2.เช็ดความสปรก บนธนบัตร
3.ใช้ผ้าหรือทิชชูเช็ดให้แห้ง
4.ตากแดดก่อนใช้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thaigov
#วิธีทำความสะอาด #เหรียญ #ธนบัตร
#ให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัส #โควิด-19

สามารถอ่าน….ต่อได้จากลิงค์ข้างล่าง
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/31144

Continue reading

วิธีทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจาน

วิธีทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจาน

วิธีทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจาน
ซิ้งค์ล้างจานเป็นส่วนที่ในทุกบ้านต้องมีอยู่แล้ว และมักเป็นที่ใช้ทำความสะอาดภาชนะจากการทำอาหาร จานอาหาร ทำให้มีเศษอาหารตกค้างและอาจเกิดเป็นเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ วิธีทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจานเอง สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง หรือหาซื้อได้ยากเลย

สิ่งที่ต้องมีในการทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจาน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้สำหรับทำความสะอาดนั้น เป็นอุปกรณ์ทั่ว ๆ ไปที่หาได้ง่ายและมักจะมีอยู่ทุกบ้านอยู่แล้ว บางอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์ในการทำความสะอาด ก็สามารถนำมาใช้ได้ด้วย ไปดูกันเลยว่าก่อนทำความสะอาดต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

เบกกิ้งโซดา
ผ้าสะอาด
น้ำยาล้างจาน
น้ำส้มสายชู
ผ้าแห้ง
แปรงสีฟัน
ฟองน้ำ
กระดาษทิชชู
มะนาว
วิธีทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจานใน 4 ขั้นตอน

วิธีทำความสะอาดนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพราะมีแค่เพียง 4 ขั้นตอน และไม่ต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย แต่ก่อนทำความสะอาดก็ควรสวมถุงมือเอาไว้ด้วยเพื่อป้องกันเชื้อโรค และเพื่อสุขอนามัยที่ดีนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนแรกต้องทำการกำจัดสิ่งสกปรกเช่น เศษอาหาร บริเวณทั้งอ่างและท่อน้ำทิ้งให้หมดก่อน เปิดน้ำล้างทำความสะอาดให้ทั่วซิ้งค์ล้างจาน อย่าให้มีเศษอาหารตกค้าง และทำให้อ่างเปียกน้ำให้ทั่ว แล้วทำการโรยเบคกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วอ่าง แล้วทิ้งไว้สักพักจนเบคกิ้งโซดาเริ่มจับตัวกันเป็นก้อนแล้วฉีดล้างออก

ขั้นตอนที่ 2
เริ่มทำความสะอาดจากส่วนอื่นกันต่อ โดยน้ำแปรงสีฟันคู่กับน้ำยาล้างจาน หรือจะนำเบคกิ้งโซดาผสมกับน้ำ มาขัดทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ ของซิ้งค์ล้างจานได้ เช่น ตะแกรงท่อน้ำทิ้ง ก๊อกน้ำ และส่วนต่าง ๆ ขัดให้สะอาดแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า

ขั้นตอนที่ 3
เมื่อทําความสะอาดซิ้งค์ เพื่อล้างคราบต่าง ๆ ออกจนหมดแล้ว ให้นำผ้าสะอาดมาเช็ดและซับน้ำให้แห้ง จากนั้นนำกระดาษทิชชูมาแปะให้ทั่วอ่างแล้วหยดน้ำส้มสายชูลงไปบนกระดาษทิชชูเล็กน้อย จากนั้นทิ้งเอาไว้สักพัก ประมาณ 20 นาที

ขั้นตอนที่ 4
จากนั้นเมื่อครบเวลาให้นำกระดาษทิชชูออก แล้วทำการบีบมะนาวลงไปให้ทั่วซิ้งค์ล้างจาน จากนั้นนำมะนาวที่เหลือมาขัดถูให้ทั่วรอบ ๆ ซิ้งค์ เพื่อลดกลิ่นคาว กลิ่นเหม็น จากนั้นให้ใช้ฟองน้ำชุบกับน้ำยาล้างจาน มาเช็ดให้ทั่ว ๆ ซิ้งค์แล้วล้างอีกครั้งด้วยน้ำเปล่าเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การทําความสะอาดซิ้งค์ล้างจานนั้นควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ซิ้งค์ล้างจานมีกลิ่นเหม็น กลิ่นอับจากเศษอาหารและคราบน้ำมันต่าง ๆ และทำให้ซิ้งค์สะอาดเงางามน่าใช้งานด้วย และควรมีการแยกและเขี่ยเศษอาหารทิ้งในถังขยะก่อนนำมาล้างในอ่างล้างจานป้องกันการเกิดท่อตันด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : tecnogasthai
https://tecnogasthai.com/clean-a-sink-step-by-step/

Continue reading

วิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ ป้องกัน COVID-19

วิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ ป้องกัน COVID-19

วิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ ป้องกัน COVID-19
โทรศัพท์มือถือเป็นแหล่งเชื้อโรคใกล้ตัว วันนี้คุณทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือแล้วหรือยัง? ซีพีแรม ขอแนะนำ “วิธีทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ ป้องกัน COVID-19”

1. ทำความสะอาดตัวเครื่องและฝาหลัง โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะ

2. ทำความโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ผ้าเช็ดเลนส์กล้องหรือผ้านุ่มไม่เป็นขุยชุบน้ำสะอาด ทำความสะอาดตัวเครื่องด้านหลัง

3. ทำความสะอาดกระจกหน้าจอ โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำสะอาด ผสมแอลกอฮอล์ 70% อัตราส่วน 60:40

4. ทำความสะอาดลำโพงและช่องต่างๆ โดยใช้สำลีก้าน (Cotton Bud) เช็ดตามจุดต่างๆ ที่สกปรก

5. ใช้งานโทรศัพท์มือถือไม่ให้เสี่ยง COVID-19 เช่น ใช้หูฟังแทนการแนบกับใบหน้า หรือใช้คำสั่งเสียงแทนการพิมพ์ข้อความ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : cpram
https://www.cpram.co.th/th/knowledge-detail/27/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%20COVID-19

Continue reading

วิธีทำความสะอาดบ้านหลัง น้ำท่วม ให้ปลอดภัยและถูกวิธี

วิธีทำความสะอาดบ้านหลัง น้ำท่วม ให้ปลอดภัยและถูกวิธี

วิธีทำความสะอาดบ้านหลัง น้ำท่วม ให้ปลอดภัยและถูกวิธี

เตรียมพร้อมก่อนเข้าบ้าน

– เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม อาทิ แว่นตาช่าง, หน้ากากกรองฝุ่น, ผ้าปิดปากปิดจมูก, ถุงมือยาง, รองเท้าบูท, ไฟฉาย และหมวกนิรภัย

– จากนั้นแต่งกายให้พร้อมก่อนเข้าไปในตัวบ้าน สิ่งสำคัญคือห้ามประมาทและอย่าเข้าไปคนเดียว ต้องมีคนไปเป็นเพื่อน และต้องมีคนรออยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดขึ้น

ขั้นตอนก่อนเข้าไปยังตัวบ้านให้ปฏิบัติ ดังนี้

1.ก่อนเข้าไปในตัวอาคารบ้านเรือน ให้เดินดูบริเวณรอบ ๆ บ้านก่อน โดยสำรวจพิจารณาดูโครงสร้างที่อาจจะเสียหายเป็นอันตรายก่อนตัดสินใจที่จะเข้าไป

2.ระวังเรื่องสัตว์มีพิษต่าง ๆ ที่อาจหนีน้ำเข้าไปอาศัยอยู่ในตัวบ้าน

3.สังเกตดูรอยร้าว หรือการบิดตัวของโครงสร้างก่อนตัดสินใจเข้าไป

4.ตรวจดูที่จัดเก็บถังแก๊ส มองหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะมีการรั่วซึม

5.ตรวจสอบการจ่ายไฟให้แน่ใจว่า ไฟฟ้ายังไม่ได้จ่ายกระแสเข้าไปในบ้าน โดยการดูที่คัตเอาท์ว่ายังมีการสับสวิตช์ลงอยู่หรือไม่

6.เปิดประตูให้เกิดการถ่ายเทอากาศ อย่าเหยียบเข้าบ้านทันที ให้สังเกตพื้นบ้าน ลองค่อย ๆ ใช้เท้าทิ้งน้ำหนักเพื่อทดสอบก่อน

7.สังเกตดูเพดานว่ามีการอมน้ำ แอ่นท้องช้าง หรือมีคราบน้ำอยู่หรือไม่ เพราะเพดานอาจพังทลายลงมาได้เมื่อมีการเคลื่อนไหวให้ระมัดระวัง

จัดพื้นที่เก็บขยะ

1.แน่นอนว่าจะมีขยะทั้งของบ้านเราเองและบ้านคนอื่น เลือกที่พักขยะหรือที่แขวนถุงขยะ เพราะสิ่งที่ลำบากที่สุดหลังน้ำลดก็คือปริมาณขยะมากกว่าคนจะมาเก็บขยะ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา

2.เรียงลำดับ แยกประเภทขยะ ทิ้งขยะที่จะเน่าได้ก่อน เช่น เศษอาหาร ส่วนขยะบางประเภทเก็บไว้ในบริเวณบ้านก่อนได้แล้วค่อยทยอยทิ้งทีหลัง เช่น โฟม พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ที่พังเสียหาย ส่วนขยะอันตราย จำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟ (ที่ยังไม่แตก) ควรคัดแยกไว้ต่างหาก แล้วหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมเป็นลำดับถัดไป

การทำความสะอาดตามโซนพื้นที่ของบ้าน

1. พื้นที่ด้านนอก ประกอบไปด้วย พื้น กำแพง สวน เป็นพื้นที่โดนน้ำและแสงแดดมาก อาจมีการเกิดตะไคร่ได้ง่าย การทำความสะอาดก็ทำได้ง่ายกว่าพื้นที่ด้านใน เพราะสามารถขัดหรือล้างแบบเปียกได้ ไม่ต้องกลัวจะชื้นหรือเปียกเฟอร์นิเจอร์ ทำให้การทำความสะอาดไม่ต้องระมัดระวังมากนัก และยังเป็นพื้นที่โดนแสงแดดได้ดี อากาศและลมถ่ายเทสะดวก การสะสมของความชื้นและเชื้อโรคจะน้อยกว่าพื้นที่ด้านใน

2. พื้นที่ด้านใน ประกอบไปด้วย พื้นและผนัง หากน้ำขังก็จะซึมผ่านปูน ผ่านพื้น และสะสมความชื้นอยู่ด้านใน หากทาสีเลย สีก็จะร่อน หากไม่ดูแลดีๆ ก็จะอับชื้นและเป็นเชื้อราได้ง่าย การทำความสะอาด ก็ทำได้เฉพาะผิวด้านนอก ทั้ง กำแพงและพื้น พวกคราบน้ำ หรือสิ่งสกปรก เท่านั้น หากไม่คิดมากเพราะว่าเปียกจากน้ำท่วมอยู่แล้วก็ขัดล้างทำความสะอาดแบบเปียกเลยจะให้ผลที่ดีกว่า ไม่ควรทาสีทับทันทีเพราะความชื้นจะสะสมอยู่ด้านในและเป็นเชื้อราได้

ปัญหาอับชื้นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู ควรเปิดหน้าต่าง ประตู และช่องแสงต่างๆให้ ความร้อนจากแสงแดด และ ลม ช่วยพัดพาความชื้นออกไป

3. เฟอร์นิเจอร์ แบ่งหมวดตามประเภทออกเป็น

วัสดุจากผ้า : หลังน้ำลดให้รีบนำไปซักล้าง และตากแดดให้แห้งสนิท ย้ำ! ต้องแห้งสนิทเนื่องจากความชื้นจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียได้อย่างดี ทำให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วยตามมาได้ ทั้งโรคผิวหนังและโรคระบบทางเดินหายใจ

วัสดุจากไม้ : โดยธรรมชาติของไม้จะดูดซึมสะสมความชื้น และ สิ่งสกปรกได้ง่าย และ ยากต่อการทำความสะอาด หลังน้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้อาจบวม แตก หรือ มีเชื้อราขึ้น ได้ หากเสียหายเล็กน้อยยังพอซ่อมแซมได้ แต่ถ้ามากกว่านั้น ตัดใจทิ้งเถอะค่ะ

เครื่องใช้ไฟฟ้า : ส่งซ่อม หรือ ตัดใจทิ้ง ตามสภาพ

ทำความสะอาดให้ถูกจุด จากสาเหตุของปัญหา

1. ความชื้น – เป็นต้นเหตุของทุกปัญหา พอชื้นปุ๊บ สะสมเชื้อโรค เกิดเป็นเชื้อรา เกิดจุลินทรีย์ เกิดกลิ่นเหม็น มีคราบสกปรก และอีกมากมาย ดังนั้น ต้องกำจัดให้ได้มากที่สุดครับ ง่ายที่สุดคือ…

: เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม เปิดประตู เปิดทุกอย่างที่เป็นไปได้ ให้อากาศและลมถ่ายเทพัดพาเอาความชื้นออกไป หากเป็นวันแดดจัดจะดีมาก แต่ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศ จะดูดเอาความชื้นและเชื้อโรค ไปติดในตัวเครื่อง และต่อไปอากาศจากเครื่องปรับอากาศจะไม่สะอาด ทำให้เกิดโรคและภูมิแพ้ได้

: เครื่องทุ่นแรง – ที่ใช้ได้จะเป็นพวกเครื่องเป่าลมหอยโข่ง ถ้ามีลมร้อนด้วยจะดีมาก

: สามารถใช้ กากใบชาแห้ง กากกาแฟแห้ง หรือถ่าน ดูดความชื้นได้

2. เชื้อโรค เชื้อรา ต่างๆ – เกิดจากความชื้นและสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ ทำให้เกิดการสะสมและรวมตัวกัน เป็น เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ มีผลร้ายต่อร่างกายหากสูดดม หรือ สัมผัสเป็นเวลานานๆ

สามารถทำความสะอาดได้ 4 วิธี ดังนี้

: ใช้คลอรีน ผสม 1 ต่อ 500 หรือ 1000 ส่วน เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
: ใช้น้ำส้มสายชู เช็ดถู ฉีดพ่น หรือ
: ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราต่างๆ
: หลังจากนั้นประมาณ 10-20 นาที เช็ดถูทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป

3. กลิ่นเหม็น – หลังจากกำจัดความชื้นและ เชื้อโรค เชื้อราต่างๆ ไปแล้ว กลิ่นเหม็นจะเบาบางลงไป แต่กลิ่นที่ยังสะสมอยู่ในท่อน้ำหรือพื้นที่อับชื้นเช่น ห้องน้ำ ควรใช้น้ำหมักชีวภาพ EM แล้วราดลงพื้นหรือฉีดพ่น ช่วยกำจัดกลิ่นได้ การออกฤทธิ์จะช้าแต่ได้ผลดี ไม่ควรใช้น้ำยาที่ผสมน้ำหอมราดเพราะจะทำให้กลิ่นเหม็นยังคงอยู่และอาจรุนแรงขึ้นได้

4. คราบสกปรก – กำจัดคราบต่างๆโดยใช้น้ำยาทำความสะอาด และเช็ดถู หรือขัด ตามปกติ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องขัดพื้นช่วยได้ สำหรับพื้นที่ด้านนอกสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาจะทำความสะอาดได้เร็วขึ้น (ดูในหมวดการทำความสะอาด)

การทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ หลัง น้ำท่วม

1. พื้น

ด้านนอกอาคาร ทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้าง การขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถ ล้างแบบเปียกได้แล้วทิ้งให้แห้ง สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาด

ด้านในอาคาร เช็ดทำความสะอาด หากคราบฝังแน่น ขัดด้วยแปรงหรือแผ่นขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาดเพื่อทำความสะอาด

*หมายเหตุ หากพื้นที่กว้างสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือเครื่องขัดพื้น ช่วยทำความสะอาดจะลดเวลาทำงานได้มาก

พื้นไม้ สะสมความชื้นสูง ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาด ล้าง หรือเช็ดถู

พื้นพรม หากสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ใช้เครื่องซักพรมทำความสะอาด หรือซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ ระวังพรมบางประเภทไม่ทนต่อน้ำ กาวหรือขนพรมอาจหลุดได้

2. กำแพง

ด้านนอกอาคาร ทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้าง การขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถ ล้างแบบเปียกได้แล้วทิ้งให้แห้ง สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาด

ด้านในอาคาร เช็ดทำความสะอาด หากคราบฝังแน่น ขัดด้วยแปรงหรือแผ่นขัด และใช้น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมด้วยเพื่อความสะอาดเพื่อทำความสะอาด แต่สีผนังอาจหลุด จะต้องแต่งใหม่

วอลเปเปอร์ เช็ดทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค

3. เฟอร์นิเจอร์

ตู้บิวท์อิน เช็ดถูทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค เปิดหน้าบานระบายความชื้น

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ฉีดล้างทำความสะอาด นำตากแดด หากเป็น เฟอร์นิเจอร์ผ้าจะเปียกและสะสมความชื้นสูง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า เพื่อความสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากไม่ชื้นมากให้ซักล้างด้วยแปรงขัดล้างทำความสะอาด แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำเพื่อดูดน้ำกลับ

4. เครื่องใช้ต่างๆ

เครื่องครัว ต่างๆ แช่ทำความสะอาดในน้ำคลอรีนผสม หรือ แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำไปแช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาดอีกครั้ง

เครื่องเงินและโลหะ ต้มทำความ แช่ในน้ำเดือดต้มทำความสะอาด

ข้อควรจำ!!

: สวมถุงมือ รองเท้ายาง ผ้าปิดจมูก ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และการสูดดม สัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ

: ควรทำความสะอาด ฟื้นฟู ทันทีที่ทำได้ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะเชื้อโรคจะสะสมมาก คราบสกปรกจะฝังแน่นทำความสะอาดยาก

: ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพราะ เชื้อโรคจะสะสมในระบบได้ ควรใช้งานหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว

: เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อลดความชื้นและอับ จะลดโอกาสเกิดเชื้อราและไม่สะสมเชื้อโรค

: ห้ามทาสีใหม่ทันที เพราะความชื้นสะสมที่กำแพง จะทำให้สีทาใหม่ลอกร่อนได้

: กำจัดความชื้น เชื้อรา ให้ได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ลดโอกาสเกิดโรคทางเดินหาย โรคปอด หอบหืด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : decor.mthai.com
https://decor.mthai.com/home-idea/tips-home-idea/24197.html

Continue reading

5 เรื่องพื้นๆ วิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภท

5 เรื่องพื้นๆ วิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภท

5 เรื่องพื้นๆ วิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภท

วัสดุปูพื้นที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีวิธีดูแลทำความสะอาดที่แตกต่างกันด้วย แต่วัสดุบางชนิดอาจมีขั้นตอนที่มากกว่านั้น จึงเอาวิธีทำความสะอาดพื้นแต่ละประเภทมาฝากกัน

1. ทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง

หลังจากที่กวาดเศษฝุ่นบนพื้นเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้น้ำยาถูพื้น 1-2 ฝา ผสมกับน้ำสะอาด 1 ถัง แล้วใช้ไม้ถูพื้นชุบเพื่อถูพื้นได้เลย แต่หากต้องการฆ่าเชื้อโรค ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1-2 ฝา ผสมกบน้ำร้อน 1 ถัง จากนั้นก็เช็ดถูพื้นกระเบื้องได้เลย ส่วนร่องยาแนวให้ใช้ผงซักฟอกละลายน้ำและแปรงสีฟันขัดคราบสกปรกที่ฝังแน่น ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่เป็นกรด เพราะจะทำให้ยาแนวเสื่อมสภาพเร็ว และหลุดออกมาได้ แต่หากมีคราบสกปรกฝั่งแน่นเป็นพิเศษก็สามารถใช้ได้เป็นครั้งคราว และควรหลีกเลี่ยงแปรงที่ขนเป็นโลหะ จะทำให้พื้นกระเบื้องเซรามิคเสียหายได้

2. ทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต

หากพื้นไม่สกปรกหรือมีคราบหนักมาก หลังจากกวาดเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกอออกแล้ว สามารถใช้น้ำอุ่นถูทำความสะอาดพื้นได้เลย หากไม่มั่นใจว่าน้ำอุ่นจะสามารถกำจัดเชื้อโรคที่พื้นได้ แนะนำให้ใช้แชมพูเด็กเจือจางกับน้ำสะอาด หรือน้ำยาที่ไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนียและน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือไม้ถูพื้นชุบและบิดให้หมาด แล้วถูทำความสะอาด ปิดท้ายด้วยการใช้ผ้าแห้งที่สะอาดถูอีกรอบ ที่สำคัญควรระวังเรื่องความชื้นให้ดี ไม่เช่นนั้นพื้นไม้ลามิเนตอาจโป่งพอง และชำรุดเสียหายได้

3. ทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยาง

สามารถใช้น้ำยาถูพื้นทั่วไปผสมกับน้ำสะอาด เช็ดถูทำความสะอาดได้เลย แต่หากพื้นกระเบื้องยางมีคราบฝังลึกหรือรอยถลอก ให้ใช้น้ำยาขัดเงาแบบครีมเหลวมาขัดถูลบรอยออก เนื่องจากพื้นกระเบื้องยางนิยมใช้ปูในห้องครัว เพราะทำความสะอาดคราบเหนียว คราบสกปรกที่เกิดจากการทำอาหารได้ง่าย จึงอาจทำให้พื้นมีรอยไหม้จากการทำอาหารได้ สามารถลบรอยไหม้โดยใช้กระดาษทรายเนื้อละเอียดขัด แต่ถ้ายังเห็นรอยชัดเจนอยู่ ก็สามารถตัดตรงส่วนที่เป็นรอยออก แล้วเอาชิ้นใหม่ใส่เข้ามาแทนได้

4. ทำความสะอาดพื้นหินอ่อนหรือหินแกรนิต

สามารถทำความสะอาดได้ตามปกติ โดยใช้น้ำสะอาดผสมกับน้ำยาถูพื้นหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และอาจใช้น้ำยาดันฝุ่นช่วยทำความสะอาดก็ได้ อีกวิธีหนึ่ง สามารถใช้น้ำยาล้างจานหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นหินอ่อนหรือหินแกรนิตโดยเฉพาะทำความสะอาดได้เหมือนกัน น้ำยาทำความสะอาดต้องไม่มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่เช่นนั้นหินอ่อนหรือหินแกรนิตจะถูกกัดกร่อนเสียหาย หากมีคราบฝั่งแน่นเฉพาะจุดที่พื้นหินอ่อนหรือหินแกรนิต ให้ผสมเบคกิ้งโซดากับน้ำสะอาดคนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเหนียว นำไปทาบริเวณที่เป็นคราบฝังแน่น จากนั้นนำแผ่นพลาสติกห่ออาหารมาแปะ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาให้ใช้ผ้าชุดน้ำหมาด ๆ มาเช็ดเบคกิ้งโซดาออก

5. ทำความสะอาดพื้นไม้

การทำความสะอาดพื้นไม้ควรเริ่มโดยใช้ไม้ถูพื้นปัดฝุ่น จากนั้นจึงเช็ดด้วยพรมถูพื้นชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดแบบเจือจางแล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็ว เราสามารถดูแลผิวไม้ได้โดยการเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบผิวไม้ชนิดถาวร ซึ่งจะช่วยป้องกันผิวไม้จากหยดน้ำและคราบสกปรกต่างๆ แถมยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย นอกจากนี้หากคุณพบว่าเคลือบผิวมีการหลุดลอกออกตามกาลเวลา การลงขี้ผึ้งเคลือบผิวก็สามารถทำให้พื้นไม้ของคุณกลับมาแวววาวสวยงามได้อีกครั้ง การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างคราบและกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงเริ่มจากซับฉี่สัตว์เลี้ยงออกจากพื้นไม้ให้เกลี้ยง แล้วหันมาผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เข้ากับน้ำยาล้างจานและเบกกิ้งโซดาให้ได้เนื้อสครับที่เข้มข้น แล้วนำไปขัดถูลงบริเวณคราบฉี่ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยเช็ดออกจนพื้นสะอาด ยาสีฟันลบรอยหมึกปากกาและคราบน้ำแค่ป้ายยาสีฟันลงไปบนรอยน้ำหมึก จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพียงเท่านี้พื้นไม้ของคุณก็จะกลับมาสวยงามเหมือนเดิม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : inmindclean
https://www.inmindclean.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/5_Und_%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%86_Und_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97

Continue reading

เลือกใช้ไม้ถูพื้นให้เหมาะ ผ่อนแรงไปเยอะ

เลือกใช้ไม้ถูพื้นให้เหมาะ ผ่อนแรงไปเยอะ
ปัจจุบันไม้ถูพื้นได้ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติการใช้งาน 🪣 ที่ช่วยประหยัดแรง💪🏻 และอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้ดีขึ้น 💁🏻‍♂️ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าลักษณะพื้นบ้านที่จะต้องทำความสะอาด เหมาะกับไม้ถูพื้นแบบไหน และ ถ้าหากเลือกใช้ไม้ถูพื้นที่เหมาะสม ก็จะช่วยผ่อนแรงได้เยอะ

.

วันนี้แอดมินมีเทคนิคดีๆในการเลือกใช้ไม่ถูพื้นมาฝากกันครับ 🔍

.

🔸ไม้ถูพื้นฟองน้ำ

ไม้ถูพื้นฟองน้ำเหมาะสำหรับซับน้ำ💧 ขจัดคราบน้ำ คราบสกปรกบนพื้นผิวสามารถใช้ทำความสะอาด และรีดน้ำได้ในตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และ รวดเร็วมากๆครับ✨ เนื่องจากมีการติดตั้งตัวรีดน้ำไว้บริเวณหัวของไม้ถูพื้นนั่นเอง จึงทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดได้เยอะเลยครับ💁🏻‍♂️

.

🔸ไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์

ไม้ถูพื้นชนิดนี้ มีส่วนด้ามของไม้ถูพื้นเหมือนแบบทั่วไป เพียงแต่เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยม เพราะมีความสามารถในการดูดซับของเหลวได้มาก👍🏻 เหมาะสำหรับทุกผิวสัมผัส พื้นปูนขัด พื้นไม้เนื้อแข็ง ปาเกต์ ลามิเนต และกระเบื้อง ที่สำคัญไม้ถูพื้นแบบไมโครไฟเบอร์สามารถใช้ถูพื้นแบบแห้งได้ด้วยครับ✨

.

🔸ไม้ถูพื้นรีดน้ำพร้อมถัง (Spin Mop)

ไม้ถูพื้นรีดน้ำพร้อมถัง🪣แบบนี้ บางรุ่นต้องยกไม้ถูพื้นขึ้นเพื่อบีบน้ำ บางรุ่นมีแป้นเหยียบรีดน้ำออก ต่างจากไม้ถูพื้นรีดน้ำในตัว และเหมาะที่จะต้องการถูพื้นบริเวณที่เลอะเทอะมากๆ เพราะว่ามีถังน้ำติดไปให้ด้วย ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปมา ถูกใจคนที่ต้องทำความสะอาดในบริเวณกว้าง หรือซับน้ำ💦ปริมาณมากแน่นอนครับ

.

🔸ไม้ดันฝุ่น

สำหรับไม้ดันฝุ่นนี้ จะมีลักษณะพิเศษที่ผ้าม็อบดันฝุ่นเป็นผ้าที่ผสมน้ำยาสำหรับเก็บฝุ่นได้ดี โดยจะมีหน้ากว้าง เหมาะกับสำหรับการถูในพื้นที่กว้าง โถง หรือ พื้นที่ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง🪑 และควรจะถูในทิศทางเดียวคือ ถูแบบดันไปข้างหน้า ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหากถูในพื้นที่แห้งครับ ❎ไม่เน้นการทำความสะอาดที่มีคราบสกปรกฝังแน่น ✅จะเน้นการเคลือบเงา หรือถูเพื่อเก็บฝุ่นครับ

ไม้ถูพื้นถือเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำบ้าน🏡 ออฟฟิศ🏢 โรงงาน 🏬 โรงเรียน🏫 ฯลฯ ที่ขาดไม่ได้ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยกำจัดคราบสิ่งสกปรกฝังแน่นบนพื้น✨ รวมถึงคราบเปียกชื้นต่างๆ ได้อย่างอยู่หมัด ✅ที่สำคัญต้องเลือกใช้งานประเภทที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่าต้องการนำไปใช้งานที่ไหน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้งานทำความสะอาดพื้นสะดวกสบายขึ้นเยอะแล้วล่ะครับ💁🏻‍♂️✨

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : frasersproperty
https://home.frasersproperty.co.th/Blog/155/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%20%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0

Continue reading