เข้าพบท่านปลัด พม.เพื่อไม่ให้คนพิการตกหล่น

เข้าพบท่านปลัด พม.เพื่อไม่ให้คนพิการตกหล่น

ข้อเสนอให้คนพิการและองค์กรด้านคนพิการ
มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากภัยโควิด-19
ต่อ ท่านปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
โดย สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2563
https://www.facebook.com/disabilitiesth
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบกรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้านต่างๆ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ ซึ่งเป็นกรอบสำหรับดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ. ศ. 2563 (1 ล้านล้านบาท) และต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 สศช. ได้จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการเสนอโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาสังคม (องค์กร/มูลนิธิ/สมาคม/วิสาหกิจชุมชน ฯลฯ ที่ไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐ) สามารถเสนอโครงการตามแผนงาน 3.2 แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนได้ รายละเอียดปรากฏตามเว็บไซต์ของ สศช. http://nscr.nesdb.go.th/loanact/
ทว่าในการเสนอโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้น องค์กรภาคประชาสังคมไม่สามารถเสนอด้วยตนเองได้ โดยต้องอาศัยการเสนอผ่านหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัดแทน ซึ่งองค์กรภาคประชาสังคมด้านคนพิการ (สมาคม/มูลนิธิ/ชมรม/องค์กรด้านคนพิการ) ได้พยายามติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) แต่องค์กรด้านคนพิการประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากหน่วยงานเหล่านั้นไม่ทราบว่ามีการเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาสังคมเสนอโครงการดังกล่าวได้ด้วย หรือหน่วยงานหลายแห่งให้คำอธิบายต่างๆ นาๆ เช่น ให้องค์กรภาคประชาสังคมไปใช้งบประมาณในส่วนอื่นแทน โดยเฉพาะกองทุนคนพิการ เพราะงบประมาณในส่วนนี้ถูกวางกรอบให้ภาครัฐใช้หมดแล้ว หรือสิ้นสุดระยะเวลาการเสนอโครงการแล้ว เป็นต้น รวมทั้งสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยรับทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่า กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เสนอแผนงาน/โครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปแล้วจำนวน 1,500 ล้านบาท โดยองค์กรด้านคนพิการไม่ได้รับรู้และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนงาน/โครงการดังกล่าว แล้วโครงการเหล่านั้นจะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนได้อย่างไร?
ดังนั้นสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์การขับเคลื่อนงานเชิงนโยบายและกฎหมายด้านคนพิการระดับชาติ รวมทั้งพิทักษ์สิทธิคนพิการ ประกอบด้วยองค์การคนพิการแต่ละประเภท (สมาคมคนพิการระดับชาติ) 6 องค์การ ได้แก่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย จึงมีข้อเสนอต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2 ประการ ดังนี้
1. ขอความร่วมมือให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ช่วยเปิดโอกาสและเสริมพลังให้แก่องค์กรด้านคนพิการในจังหวัดของท่าน ให้สามารถมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานและโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะหากเป็นไปได้ช่วยขยายระยะเวลาในการเสนอโครงการดังกล่าวไปอีกซักเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าแผนงานและโครงการดังกล่าวจะตอบสนองปัญหาและความต้องการของกลุ่มประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้คนพิการและครอบครัวได้รับการฝึกอาชีพและการเสริมทักษะเพิ่มเติมในความเชี่ยวชาญเดิม (Upskill) การยกระดับทักษะอาชีพ (Reskill) การเตรียมความพร้อมสู่ความปรกติใหม่ (New Normal) ที่เหมาะสมกับคนพิการแต่ละประเภทความพิการ
2. ขอให้องค์กรด้านคนพิการ มีส่วนร่วมในการกำหนด ดำเนินการ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล แผนงานและโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะแผนงาน/โครงการที่เสนอโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการดำเนินงานของรัฐบาลที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ทั้งนี้ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและองค์การคนพิการแต่ละประเภท กำลังรวบรวมข้อมูลและโครงการจากองค์กรด้านคนพิการทั่วประเทศ เพื่อนำมาจัดทำเป็น “แผนงานฟื้นฟูคนพิการและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” ซึ่งจะนำเสนอแก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
สุดท้าย หวังว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานมิตรสหายที่ใกล้ชิดที่สุดของคนพิการ จะเสริมพลังให้คนพิการและครอบครัว รวมถึงองค์กรด้านคนพิการ มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ มีประสิทธิผล เป็นรูปธรรม ในฐานะหุ้นส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากภัยโควิด-19 เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างแท้จริง และเป็นสังคมที่เตรียมความพร้อมไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและรับมือกับชีวิตวิถีใหม่หรือความเป็นปรกติใหม่ได้ (New Normal) โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
……………………………………………………..