วันนี้ 10 โมงเช้าเจอกันที่รัฐสภายื่นหนังสือถึงครูหยุยวัลลภ ตังคณานุรักษ์ คนพิการโวยเปิดบัญชีธนาคารรับเงินเยียวยาโควิดไม่ได้!!!!

วันนี้ 10 โมงเช้าเจอกันที่รัฐสภายื่นหนังสือถึงครูหยุยวัลลภ ตังคณานุรักษ์ คนพิการโวยเปิดบัญชีธนาคารรับเงินเยียวยาโควิดไม่ได้!!!!

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2563) ณ อาคารรัฐสภา นายสุชาติ โอวาทวรณสกุล นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย ได้ยื่นหนังสือต่อนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส และนายมณเฑียร บุญตัน ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ วุฒิสภา เรื่อง ขอให้พิจารณาการเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับคนพิการทางการเห็นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีคนพิการและครอบครัว จำนวนมากที่ประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อาทิ กลุ่มคนพิการผู้ค้าสลาก กลุ่มหมอนวดพิการ กลุ่มคนพิการนักแสดงในที่สาธารณะ ผู้ดูแลคนพิการและครอบครัวที่ต้องออกจากงานแต่ยังต้องดูแลลูกพิการ เป็นต้น แต่การที่ธนาคารหลายแห่งปฏิเสธไม่ให้คนพิการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะการปฏิเสธไม่ให้คนพิการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นการซ้ำเติมและส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อคนพิการ ทำให้คนพิการจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลได้ เช่น

1. มาตรการจ่ายเงินเยียวยาให้คนพิการทุกคนจำนวน 2 ล้านคนๆ ละ 1,000 บาท จำนวนหนึ่งครั้ง ซึ่งกรมบัญชีกลางจะโอนเงินให้คนพิการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 แต่ยังมีคนพิการกว่าสี่แสนคนที่ไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารไม่ยอมให้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ทำให้คนพิการเหล่านั้นจะได้รับเงินเยียวยาล่าช้ากว่าคนพิการที่มีบัญชีเงินฝากธนาคาร เพราะต้องรอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดำเนินการจ่ายเป็นเงินสดให้

2. มาตรการการปรับสวัสดิการเบี้ยความพิการ จากเดือนละ 800 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการที่อายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 120,000 คน แต่ยังมีกรณีที่ธนาคารบางแห่งไม่ยอมให้เด็กพิการทางสติปัญญาเปิดบัญชีธนาคาร ถึงแม้จะมีผู้ปกครองไปร่วมเปิดด้วย รวมถึงมาตรการที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอความร่วมมือจากพมจ. อพม. องค์กรด้านคนพิการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการสำรวจและเยี่ยมเยียนคนพิการจำนวนอีกกว่า 70,000 คนที่ยังไม่ได้รับเบี้ยความพิการ แต่อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือจากธนาคารให้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อรับเบี้ยความพิการก็ได้

3. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ของธนาคารออมสิน กรณีที่คนตาบอดได้รับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวจากธนาคารแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ประจำสาขาที่รับผิดชอบการทำสัญญากลับปฏิเสธการเข้าทำสัญญาของคนตาบอด โดยให้เหตุผลว่าคนตาบอดในฐานะผู้กู้ไม่สามารถลงลายมือชื่อในสัญญาได้

4. มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูอีกมากมายที่จะต้องดำเนินการตามแผนงานและโครงการตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ. ศ. 2563 (1 ล้านล้านบาท) ซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยการทำธุรกรรมทางการเงินแทบทั้งสิ้น
ปัญหาทั้งหลายนี้เกิดจากเจตคติและความเชื่อเชิงลบที่ว่าคนพิการไม่สามารถรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยเงินของตนเองได้ คนพิการไม่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและผ่อนชำระหนี้ ทำให้มีการใช้ดุลยพินิจและการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แล้วธนาคารก็ใช้ข้ออ้างเดิมว่าๆ “ธนาคารต้องการรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าจึงขอไม่ให้บริการธุรกรรมทางการเงินแก่คนพิการ” ????
สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยในฐานะเป็นองค์การคนพิการที่มีหน้าที่ติดตามการบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย รวมทั้งพิทักษ์สิทธิคนพิการ ขอความกรุณาจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ให้คุ้มครองสิทธิคนพิการ ให้สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม ปราศจากการใช้ดุลยพินิจในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ผู้ประสานงาน (นายสุนทร สุขชา) เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
โทร. 094-3243444 หรือ 02-354-4260 E-mail [email protected]