พม. แถลงจ่ายเงินเยียวยา กลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม เปิดเงื่อนไขสำคัญ 1 คน 1 สิทธิ์ ย้ำไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ อีก คาดจ่ายเงินรอบแรก มิ.ย.นี้ 2,000 บาท และ ก.ค.อีก 1,000 บาท

พม. แถลงจ่ายเงินเยียวยา กลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม เปิดเงื่อนไขสำคัญ 1 คน 1 สิทธิ์ ย้ำไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ อีก คาดจ่ายเงินรอบแรก มิ.ย.นี้ 2,000 บาท และ ก.ค.อีก 1,000 บาท

วันที่ 17 มิ.ย. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นางพัชรี อาระยะกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงข่าวในประเด็นการจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือ เยียวยากลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จำนวนรวมทั้งสิ้น 6,781,881 ราย ซึ่งประกอบด้วย

ชึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ ทั้ง 3 กลุ่ม ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาของกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน (สำนักงานประกันสังคม) โดยส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยและอยู่ในครอบครัวที่ประสบภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะว่างงานของสมาชิกครอบครัวที่เป็นกำลังแรงงาน

นอกจากนี้ กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเป็นกลุ่มที่อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวง พม. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนอยู่แล้ว ทำให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการนี้ ฝากย้ำอย่าไปหลงเชื่อผู้ไม่หวังดีหลอกให้ลงทะเบียนใดๆ นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า ส่วนการจ่ายเงินให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งจะต้องยืนยันในรายละเอียดอีกครั้ง หากเริ่มจ่ายได้ทันในเดือนมิถุนายน จะจ่าย 2 รอบ รวมทั้งหมดจำนวน 3,000 บาทต่อราย

โดยจ่ายเงินรอบแรกในเดือนมิถุนายน 2563 จำนวน 2,000 บาท (ของเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน) และจ่ายรอบที่สองในเดือนกรกฎาคม 2563 จำนวน 1,000 บาท ผ่าน 2 ช่องทางคือ

  • กรมบัญชีกลาง โอนเงินช่วยเหลือเยียวยาโดยตรงไปยังบัญชีธนาคาร ของกลุ่มเป้าหมายที่เคยได้รับเงินอุดหนุนรายเดือนผ่านบัญชีธนาคารอยู่เดิม
  • กรมบัญชีกลาง โอนเงินไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะนำจ่ายเป็นเงินสดให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่รับเงินอุดหนุนรายเดือนเป็นเงินสดอยู่เดิม
    ที่มาข่าวไทยรัฐ
    https://www.thairath.co.th/news/business/1870831