ผู้นำคนพิการไม่หยุดนิ่ง ตอนนี้กำลังประชุมคณะอนุฯ และที่ปรึกษาประชุม ครั้งที่ 2/2563 ผ่านJoin Zoom Meeting อยู่บ้านก็ทำงานได้ ได้งานมากกว่าเดิม

ผู้นำคนพิการไม่หยุดนิ่ง ตอนนี้กำลังประชุมคณะอนุฯ และที่ปรึกษาประชุม ครั้งที่ 2/2563 ผ่านJoin Zoom Meeting อยู่บ้านก็ทำงานได้ ได้งานมากกว่าเดิม

📌ในวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 เวลา 10.30 น. – 12.00 น.

📌 พิจารณาร่างข้อเสนอเชิงนโยบายต่อมาตรการช่วยเหลือคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อมาตรการ
ช่วยเหลือเยียวยาคนพิการ
ในช่วงภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
โดย คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา

——————————–
​คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน
การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยขอให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
ไม่เดินทางออกนอกพื้นที่ ขอความร่วมมือให้อยู่ในที่พักอาศัย งดการจัดกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส COVID-19 รายใหม่
โดยผลของมาตรการการป้องกันและดูแลสุขภาพดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต
การประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนพิการที่ได้รับผลกระทบและความลำบากอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าว คณะอนุกรรมาธิการจึงได้ติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายต่อมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วงภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน ๓ ประการสำคัญ ดังนี้
​๑. มาตรการที่ให้ความช่วยเหลือสำหรับประชาชนทั่วไป (รวมถึงคนพิการ)
​สถานการณ์ปัจจุบัน: ตามที่รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ออกมาตรการเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาทิ มาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบ เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๖ เดือน ผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัhttp://xn--q3c.com/ มาตรการโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาตรการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยของสำนักงานประกันสังคม มาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง มาตรการลดค่าน้ำและคืนเงินประกันมิเตอร์ของการประปานครหลวง มาตรการช่วยเหลือผู้เช่าซื้อและผู้เช่าโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และมาตรการให้ใช้เน็คมือถือฟรีของกสทช. เป็นต้น
​ข้อเสนอ: คนพิการถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบทางรายได้และการประกอบอาชีพเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แต่คนพิการจำนวนมากยังประสบปัญหาในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาข้างต้น ดังนั้นในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกมาตรการนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างหลักประกันให้คนพิการสามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาต่างๆ ได้โดยสะดวกและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ได้เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป เช่น รูปแบบการลงทะเบียนควรคำนึงถึงระบบที่คนพิการเข้าถึงได้โดยสะดวกด้วย เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านคนพิการ ควรร่วมมือกับองค์กรด้านคนพิการเพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอในการเข้าถึงมาตรการต่างๆ และประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป โดยเฉพาะมาตรการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 เรื่อง มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งรวมถึงแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 400,000 ล้านบาทที่จะใช้ในการสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน และการสนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่ รัฐบาลควรต้องให้องค์กรด้านคนพิการมีส่วนร่วมในการออกแบบและติดตามมาตรการดังกล่าวด้วย
​๒. มาตรการที่ให้ความช่วยเหลือเฉพาะคนพิการ
​สถานการณ์ปัจจุบัน: คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติได้มีมติเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วงภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน ๔ มาตรการสำคัญ ได้แก่
​​๑) การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการที่มีบัตรคนพิการ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในช่วยภาวะวิกฤต การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยจ่ายครั้งเดียว คนละ ๑,๐๐๐ บาท กำหนดจ่ายเงินภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๓
​​๒) การพักชำระหนี้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่กู้เงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๓ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔
​​๓) คนพิการและผู้ดูแลคนพิการสามารถกู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อประกอบอาชีพในช่วงวิกฤติ COVID-19 ในวงเงินกู้ไม่เกินรายละ ๑๐,๐๐๐ บาท (กู้ฉุกเฉิน) โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนชำระคืนภายใน ๕ ปี ปลอดชำระหนี้ในปีแรก ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓
​​๔) การขอเพิ่มเบี้ยความพิการจาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
​​รวมถึงการที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้ประกาศและประชาสัมพันธ์แผนการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) เพื่อให้บุคลากร หน่วยงานในสังกัด และเครือข่ายคนพิการ ได้ทราบและนำไปปรับใช้ในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน ๒๕๖๓
​ไปจนถึงการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดทำสื่อความรู้เข้าถึงคนพิการทุกประเภท พร้อมเปิดสายด่วน 1668 ปรึกษาปัญหาโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 แต่ในเว็บไซต์ของสธ. ในเรื่องดังกล่าวก็ยังเผยแพร่ Powerpoint ที่เป็นรูปภาพซึ่งคนตาบอดเข้าไม่ถึงอ่านไม่ได้
​​ข้อเสนอ: มาตรการช่วยเหลือเยียวยาและแผนสำหรับคนพิการข้างต้น ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการและควรมีติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการ อย่างไรก็ตามยังมีประเด็น
ต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัส COVID-19 ใน ๖ ประเด็นสำคัญ ได้แก่
(1) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสำหรับคนพิการทุกประเภท
(2) การเข้าถึงเครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์
(3) การเข้าถึงสิทธิเยียวยาของรัฐบาล
(4) การเข้าถึงระบบสาธารณสุขและประกันสุขภาพ (ประกันโควิด)
(5) การช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพ
(6) การช่วยเหลือเยียวยาคนพิการในการดำรงชีวิต
​​ทั้งนี้ สำหรับการจัดทำมาตรการสำหรับคนพิการ ควรนำข้อเสนอจากองค์กรระดับนานาชาติ โดยเฉพาะองค์กรของคนพิการ อาทิ คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ (United Nations Committee on the Rights of Persons with Disabilities), สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (United Nations Human Rights Office of The High Commissioner), คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP), องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO), พันธมิตรคนพิการระหว่างประเทศ (International Disability Alliance: IDA) สภายุโรปเพื่อคนพิการ European Disability Forum (EDF) และสหภาพคนตาบอดโลก (World Blind Union: WBU) เป็นต้น มาปรับใช้ในการกำหนดมาตรการและแนวทางต่าง ๆ สำหรับคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพ รวมถึงความช่วยเหลือพื้นฐานที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าว โดยคนพิการสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
​๓. มาตรการที่ให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรภาคประชาสังคมด้านคนพิการ
​สถานการณ์ปัจจุบัน: ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 อาทิ กลุ่มลูกจ้างทั้งในและนอกระบบ กลุ่มผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ แต่ในส่วนขององค์กรภาคประชาสังคมยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการที่จะออกมารองรับหรือช่วยเหลือแต่อย่างใด
​ข้อเสนอ: กลุ่มภาคประชาสังคมซึ่งถือเป็นองค์กรสำคัญที่ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง รวมถึงคนพิการ และถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 เช่นกัน เนื่องจากการดำเนินการขององค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ ล้วนหยุดชะงัก โดยเฉพาะองค์กรด้านคนพิการที่ถูกกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเรียกคืนเงินโครงการตามคำสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ 196/2563 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2563 “เรื่อง การบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในภาวะ วิกฤติ โดยมีสาระสำคัญด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ และด้านการติดตามผลและรายงาน” รวมทั้งรายได้หลักที่ได้จากเงินบริจาคก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบทั้งองค์กร บุคลากร และการดำเนินงานต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือองค์กรภาคประชาสังคมซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 เช่นกัน
———————————
ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๕ – ๖