ผู้นำคนพิการมีมติ!! อาทิตย์หน้ายื่นข้อเสนอ ลุยทำเนียบรัฐบาล(ศอฉ-19)

ผู้นำคนพิการมีมติ!! อาทิตย์หน้ายื่นข้อเสนอ ลุยทำเนียบรัฐบาล(ศอฉ-19)

1 เงินเยียวยา1000 บาทต้อง
ถึงมือคนพิการเดือนเมษานี้

2เบี้ยคนพิการจาก 800 บาท
เป็น 1000 บาทให้ครม.รีบมีมติ
ให้ได้ทั่วหน้า

และให้มาตรการต่างๆทยอย
ออกมาอย่างรวดเร็ว

คนพิการประชุมหารือด่วนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM Cloud Meetings)

สรุปผลการประชุมหารือผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM Cloud Meetings)
ของคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา

ครั้งที่ ๓/๒๕๖๓
วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓
เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา

๑.​ติดตามความคืบหน้าข้อเสนอเพื่อขอให้วุฒิสภาได้พิจารณาศึกษาและแก้ไข
ปรับปรุงกฎหมาย รวมทั้งออกระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประชุมคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นการประชุมที่ชอบด้วย
กฎหมายและคำนึงถึง
การเข้าถึงของคนพิการ ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ได้พิจารณาข้อเสนอแนะดังกล่าวและได้ลงนามหนังสือกราบเรียนประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณา โดยประธานวุฒิสภาได้มีดำริให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เมื่อวันพุธที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา และที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาได้มีมติตั้งคณะกรรมการ
ขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการประชุมคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ
ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

๒. ​ติดตามความคืบหน้าข้อเสนอเชิงนโยบายต่อมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการ
ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จำนวน ๓ ข้อ ได้แก่ (๑) มาตรการที่ให้ความช่วยเหลือสำหรับประชาชนทั่วไป (รวมถึงคนพิการ) (๒) มาตรการ
ที่ให้ความช่วยเหลือเฉพาะคนพิการ (๓) มาตรการที่ให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรภาคประชาสังคม
โดยประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ พิจารณา เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา และที่ประชุมคณะกรรมาธิการเห็นควรให้นำส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป

๓.​​ติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาคนพิการที่ได้รับกระทบจาก COVID -19
โดยเฉพาะ ๔ มาตรการเร่งด่วน ตามมติคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ดังนี้
​(๑) การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาคนพิการที่มีบัตรคนพิการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยจ่ายครั้งเดียว คนละ ๑,๐๐๐ บาท กำหนดจ่ายเงินภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๓

​(๒) การพักชำระหนี้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่กู้เงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๓ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔

​(๓) คนพิการและผู้ดูแลคนพิการสามารถกู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อประกอบอาชีพในช่วงวิกฤติ COVID-19 ในวงเงินกู้ไม่เกินรายละ ๑๐,๐๐๐ บาท (กู้ฉุกเฉิน) โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนชำระคืนภายใน ๕ ปี ปลอดชำระหนี้ในปีแรก ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓

​(๔) การขอเพิ่มเบี้ยความพิการจาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
​คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ความเดือนร้อนของคนพิการที่ได้รับกระทบ
จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รัฐบาลควรเร่งผลักดันให้มาตรการช่วยเหลือคนพิการข้างต้นไปถึงคนพิการโดยเร็ว อาทิ กรมบัญชีกลางควรเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาให้คนพิการ
กพช.ควรเร่งจัดประชุมเพื่อพิจารณาระเบียบว่าด้วยการกู้เงินฉุกเฉินเพื่อให้มาตรการกู้เงินไปถึงคนพิการ
ได้โดยเร็ว เป็นต้น นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ควรมีข้อเสนอขอให้ธนาคารทุกแห่งได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนลงไปยังทุกสาขาทั่วประเทศเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการสามารถเปิดบัญชีธนาคารซึ่งจะช่วยให้คนพิการได้เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว
ได้รวดเร็วมากขึ้น
​๔.​ติดตามการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก (Disability Inclusive Development : DID) ของพระราชกำหนดที่เกี่ยวกับการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ
และสังคมจาก COVID – 19 จำนวน ๔ ฉบับ ได้แก่ (๑) พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง
กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๒) พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓

(๓) พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
พ.ศ. ๒๕๖๓ และ (๔) พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการเห็นควรพิจารณาศึกษาพระราชกำหนดข้างต้น ในประเด็นที่คนพิการจะได้รับประโยชน์ รวมทั้งการเข้าถึงมาตรการ และมีส่วนร่วมจากพระราชกำหนดดังกล่าว ซึ่งจะได้รวบรวม
เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการอภิปรายในชั้นการพิจารณาพระราชกำหนดของวุฒิสภาต่อไป

๕.​​ติดตามการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก (Disability Inclusive Development : DID) ของแบบการสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคโควิด-19 (ด้านสังคม) จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร (TDRI IHPP คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ UN Working Group on Data)
คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า แบบสำรวจดังกล่าวเป็นแบบสำรวจที่สอบถามข้อมูลในภาพรวม โดยคนพิการเป็นเพียงบุคคลที่ ๓ ที่ถูกกล่าวถึงในแบบสำรวจดังกล่าว ยังไม่สามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการ
ของคนพิการได้ โดยในประเด็นดังกล่าวคณะอนุกรรมาธิการควรมีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ต่อรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลและแบบสอบถามเพื่อให้ได้รับข้อมูล ปัญหา อุปสรรค
และความต้องการของคนพิการได้ชัดเจนมากขึ้น อันจะเกิดประโยชน์ต่อการจัดทำนโยบายต่าง ๆ
ของประเทศต่อไป
๖. ​ติดตามการแก้ไขกฎกระทรวงแรงงานกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องรับเข้าทำงานฯ โดยคณะอนุกรรมาธิการเห็นควรมีข้อเสนอ ดังนี้
​​(๑) ปรับเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคนพิการของหน่วยงานภาครัฐ เป็น ๒ เท่า คือ ลูกจ้าง ๕๐ คน ให้จ้างงานคนพิการ ๑ คน (๑ : ๕๐) แต่ในส่วนภาคเอกชนยังคงสัดส่วนเดิม คือ ลูกจ้าง ๑๐๐ คน ให้จ้างคนพิการ ๑ คน (๑ : ๑๐๐ )
​​(๒) ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับภาคเอกชน ดังนี้ (๑) กรณีจ้างคนพิการ
ตามมาตรา ๓๓ ให้หักค่าใช้จ่ายได้ ๓ เท่า (๒) กรณีจ่ายเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๔ ให้หักค่าใช้จ่ายได้ ๒ เท่า และ (๓) กรณีการส่งเสริมมีงานทำของคนพิการตามมาตรา ๓๕ ให้หักค่าใช้จ่ายได้ ๒ เท่า
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะได้นำเสนอผลการหารือข้างต้นต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ
เพื่อพิจารณาและนำส่งข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
——————————————
จัดทำโดย ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๒๕