ที่ ผช ๖๓๒๕๔/๒๕๖๓ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เรื่อง แจ้งผลการประชุมหารือเพื่อกําหนดแนวทางในการช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศให้เข้าถึงโอกาสในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจําหน่าย

ที่ ผช ๖๓๒๕๔/๒๕๖๓ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เรื่อง แจ้งผลการประชุมหารือเพื่อกําหนดแนวทางในการช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศให้เข้าถึงโอกาสในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจําหน่าย

เรียน นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล ประธานสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือคำร้องของท่าน ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓ และวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
ตามหนังสือที่อ้างถึง สํานักงานผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํานายกรัฐมนตรี ได้นําเรื่องร้องเรียนของท่านกราบเรียนนายกรัฐมนตรีแล้ว มีบัญชาว่า “ให้ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลนําข้อเรียกร้องของกลุ่มสมาคมสภาคนพิการฯ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยเชิญผู้แทนกลุ่มสมาคมสภาคนพิการฯ เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป” และมีบัญชาเพิ่มเติมว่า “กองสลากฯ พิจารณาให้เหมาะสมถูกต้อง โปร่งใส และประชาชนเชื่อมั่น” ซึ่งสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีได้แจ้งบัญชานายกรัฐมนตรีให้สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทราบ และพิจารณาดําเนินการตามบัญชานายกรัฐมนตรีด้วยแล้ว
เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๓ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “การปรับโครงสร้างการกระจายสลาก รวมถึงการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา” เพื่อรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้ค้าขายที่อยู่ในระบบโควตา ผู้ค้ารายย่อย รวมถึงผู้ขายที่ไม่ได้รับการจัดสรรสลาก ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อนําข้อมูลทั้งหมดไปสรุปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาสลากราคาแพงต่อไป โดยเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๓ กระผมได้เชิญผู้แทนสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาชี้แจงผลการประชุมคณะกรรมการสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ ให้ท่านทราบแล้ว สรุปได้ดังนี้
๑. กรณีขอให้สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนําสลากฯ ส่วนที่เหลือจากการจองในวันที่ ๕ และ ๒๐ ของทุกเดือน ให้คนพิการที่ลงทะเบียนในระบบซื้อได้ในวันที่ ๓ และ ๑๘ ของทุกเดือน และขอให้เปิดรับคนพิการในระบบซื้อ – จอง ของสํานักงานสลากฯ เพิ่มเติม มติที่ประชุม : รับดําเนินการตามข้อเรียกร้องโดยได้เห็นชอบในหลักการเปิดให้ผู้ค้ารายใหม่เข้ามาลงทะเบียนในระบบซื้อจองสลาก ซึ่งในเบื้องต้นจะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตํารวจในท้องถิ่นคัดกรองผู้ค้าตัวจริงให้เป็นไปตามข้อกําหนดของสํานักงานสลากฯ เพื่อลดปัญหาการขายช่วงสลากซึ่งคาดว่าจะสามารถคัดกรองผู้ขายจริงและนําผู้ค้าที่ทําผิดกฎสํานักงานสลากฯ ออกไปจากระบบได้
๒. แก้ไขปัญหาสลากราคาแพงแบบเบ็ดเสร็จ โดยปรับหลักเกณฑ์การพิมพ์ใหม่และการจําหน่ายสลากให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด จากเดิมพิมพ์แบบเรียงเลข ๓๓ ล้านใบ และแบบคละเลข ๖๗ ล้านใบ เปลี่ยนเป็นพิมพ์แบบคละเลขทั้งหมด ๑๐๐ ล้านใบ สําหรับรูปแบบการจําหน่ายอยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะใช้รูปแบบใด ระหว่างรูปแบบสลาก ๒-๒-๑ หรือสลากรูปแบบ ๒-๑-๑-๑ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ และเริ่มใช้ระบบการพิมพ์แบบใหม่ในงวดวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓

สำนักงานผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โทร ๐๒-๒๘๘๖๐๓๘