งานเสวนา webinar “Smart City: Smart อย่างไรให้เท่าเทียม”วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 – 12.00 น.ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

งานเสวนา webinar “Smart City: Smart อย่างไรให้เท่าเทียม”วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 11.00 – 12.00 น.ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ผู้ร่วมเสวนา

  1. คุณมานพ เอี่ยมสอาด
    ผู้จัดการศูนย์พัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ
  2. คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล
    นายกสมาคม สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
  3. คุณต่อพงศ์ เสลานนท์
    คณะกรรมการปฏิรูปทางสังคม
  4. คุณศิริพร ประเสริฐชาติ
    เจ้าหน้าที่โลจิสติก ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก
    Moderator
    คุณชัญญาภัค วัฒนจินดา
    หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง
    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
    ประเด็นเสวนา
    • การเสวนา Smart City (เมืองน่าอยู่) สำหรับคนพิการควรเป็นอย่างไร
    Smart City สำหรับคนพิการ ควรเป็นเมืองที่ทุกคนและคนพิการ “ทุกประเภท” สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยสะดวก ปราศจากอุปสรรค มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และสามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ อาคาร สถานที่ ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ
    หรือในอีกนิยามหนึ่งที่คนพิการเราใช้กันมาตลอดคือ เป็น Inclusive Society / สังคมอยู่เย็นเป็นสุข / สังคมอยู่ดีมีสุข เป็น “เมืองหรือสังคมสำหรับคนทุกคน” เป็นเมืองที่ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคคลทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ มุ่งความเป็นปึกแผนสมานฉันท์ในสังคม ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
    จะเป็นอย่างที่ว่าข้างต้นได้ ต้องเป็นเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมือง โดยเน้นการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล “Universal Design” และการมีส่วนร่วมอย่างมีเต็มที่และมีประสิทธิภาพ “Participation” ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาสังคมคนพิการ ในการพัฒนาเมือง
    • ปัญหา อุปสรรค ในการบริหารจัดการเมือง การพัฒนาไปสู่เมืองน่าอยู่ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี
    ก่อนอื่นขออนุญาตอธิบายนิยามของ ความพิการ เป็นหลักคณิตศาสตร์ เป็นสมการง่ายๆ ให้ฟังว่า ความพิการ = ความบกพร่อง (ทางการมองเห็น การได้ยิน สติปัญญา ฯลฯ) + อุปสรรค
    ถ้าเป็น Smart City/Inclusive Society = ความบกพร่อง + สภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงได้ (accessible environment) ก็จะไม่เกิดความพิการ
    จากสมการดังกล่าวนั้น เท่ากับว่า เมื่อเราจัดการเปลี่ยนหรือกำจัด “อุปสรรค” ให้เป็น “สภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงได้” ก็จะไม่เกิดความพิการขึ้น คนพิการก็จะสามารถไปเรียนได้ ไปทำงานได้ เดินทางได้ มีส่วนร่วมได้
    อุปสรรคที่ว่านี้ แบ่งเป็น 4 ด้านกว้างๆ ได้แก่
  5. อุปสรรคทางกายภาพ … (อธิบายเพิ่มเติม)
  6. อุปสรรคของข้อมูลข่าวสาร/ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล … (อธิบายเพิ่มเติม)
  7. อุปสรรคด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ … (อธิบายเพิ่มเติม)
  8. อุปสรรคด้านทัศนคติ ซึ่งปรับแก้ยากที่สุด … (อธิบายเพิ่มเติม)
    • สิ่งจำเป็นเร่งด่วน ที่ควรได้รับการจัดการ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับวิถีชีวิตประชาชน มีความปลอดภัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
    จริงๆ อุปสรรคทั้ง 4 ด้านที่ได้กล่าวไปข้างต้น ควรจะต้องได้รับการจัดการไปพร้อมๆ กัน คู่ขนานกันไป
    แต่ในฐานะสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยซึ่งมีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนกฎหมายและนโยบายด้านคนพิการ คงต้องเน้นย้ำว่า ต้องจัดการ ต้องบังคับใช้กฎหมายและนโยบายต่างๆ ที่จะเป็นตัวกำกับดูแลเมือง เป็นตัวกำหนดมาตรฐานเมือง เช่น
  • กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ขณะนี้กำลังมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่ แก้ไขมานานแล้วแต่ยังไม่เสร็จซักที ดังนั้นต้องรีบทำโดยเร็ว และต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนและคนพิการทุกประเภท
  • มติคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานราชการสำรวจและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเข้าถึงได้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 และมติคณะรัฐมนตรี การสนับสนุนมาตรการผลักดันการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและทุกคนในสังคมเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ที่ตอนนี้ไม่ได้มีการติดตามความคืบหน้าเลย
    ดังนั้นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน คือ ขอให้บังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อม การอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกคน รวมถึงคนพิการ อย่างจริงจัง ซึ่งสภาคนพิการเคยรวบรวมกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องเอาไว้ มีเยอะมากๆ นะครับ 30 กว่าฉบับได้
    • ทักษะดิจิทัลที่สำคัญ และทักษะที่จำเป็นสำหรับประชาชน คนพิการในการเป็นพลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) เพื่อการดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัล
    คนพิการจะเป็น Smart People ได้นั้น คนพิการต้องสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ หมายถึง ไม่ใช่เป็นแค่ผู้รับประโยชน์เท่านั้น แต่จะต้องสามารถเข้าไปเป็นหุ้นส่วน “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” ได้ การจะเป็นเช่นว่านั้นได้ ประกอบไปด้วยปัจจัยหลัก 2 ประการ
  1. Empowerment การเสริมพลัง หรือ Capacity Building การพัฒนาศักยภาพ คนพิการต้องได้รับการเสริมพลัง เสริมศักยภาพ
  2. Accessibility สภาพแวดล้อมต้องเอื้อ คนพิการต้องเข้าถึงได้โดยสะดวก เขาถึงจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้
    ทักษะสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับยุค New Normal คือ ทักษะการปรับตัว การล้มแล้วลุกให้ไว (Resilience) และทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย (Life Long Learning) เพื่อให้สามารถปรับตัวเท่าทันสถานการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
    • สิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาทักษะ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดีขึ้น
    “โอกาส” และ “ทัศนคติ”
    ทุกคนต้องเชื่อก่อนว่า คนพิการมีศักยภาพ ทำได้ทุกอย่าง พัฒนาทักษะได้ทุกด้าน และขอให้คุณให้โอกาสเขา