แม้จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานดี รายได้สูงเรือนแสน แต่คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล เมื่อ 22 ปีก่อน กลับเจอแจ็คพ็อต ที่ทำให้ทุกข์อย่างแสนสาหัส "แต่งงาน มีลูก แจ็คพ็อตที่เราเลย ถูกหวยเบอร์ใหญ่เลย แต่เป็นหวยที่ทำให้เราทุกข์ที่สุดในโลกเหมือนกัน คือ มีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม"!! ...หลังทำใจรับสภาพได้ คุณสุชาติเริ่มตั้งสติ และตัดสินใจ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะต้องเลือกระหว่าง "ลูก" กับ "เงิน" ซึ่งในที่สุด ก็เลือกลูก ด้วยการลาออกจากงาน "ออกจากงานเลย ทิ้งเงินป็นแสนเลย ทิ้งทุกอย่าง เพื่อมาฝึกพัฒนาการให้ลูกอย่างเดียว" ...ไม่ใช่คุณสุชาติเท่านั้นที่ลาออก แต่ภรรยาก็ลาออกเช่นกัน ก่อนตัดสินใจเปิดบริษัทของตนเอง เพราะคิดแล้วว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจ จะมีเวลาดูแลลูกมากกว่าการเป็นลูกจ้างเขา "แม่ก็ออกมาด้วยนะ สองคนนี้ทุบหม้อข้าวทั้งคู่เลย แม่ก็อุ้มลูกไปด้วย รับโทรศัพท์ไปด้วย ให้นมไปด้วย ผมก็ต้องไปทำงานดึกขึ้น เพราะลูกอยู่กับแม่ ผมก็ไปหาลูกค้า 2-3 ทุ่มก็ทำ ทุ่มเททั้งธุรกิจด้วย ลูกด้วย" ...ผลจากการทุ่มเทเพื่อลูก ปัจจุบัน "น้องนายน์" รินชาติ โอวาทวรรณสกุล อายุ 22 ปี ไม่เพียงมีพัฒนาการที่น่าพอใจ ทั้งการพูด การร้องเพลง การเต้น การเขียน ฯลฯ แต่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านการแสดง ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตอีกด้วย ...การมีลูกเป็นเด็กพิเศษ ทำให้คุณสุชาติทราบดีว่า การจะฝึกพัฒนาการลูก ต้องใช้เวลา และเด็กพิเศษจะเป็นภาระของครอบครัว ถ้าเขาเหล่านั้นไม่ได้รับโอกาสจากสังคม ให้ได้ทำในสิ่งที่แบ่งเบาภาระครอบครัวได้ คุณสุชาติจึงเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษได้เข้าทำงานที่บริษัทเขา ซึ่งเด็กพิเศษแต่ละคนไม่เพียงได้ทำงานที่ตนเองถนัด แต่ยังได้รับค่าตอบแทนเท่ากับพนักงานปกติอีกด้วย ...ปัจจุบัน บริษัททำความสะอาดครบวงจรของคุณสุชาติ (บริษัท โอวาท โปร แอนด์ ควิก จำกัด) ที่้เปิดมาเท่ากับอายุของน้องนายน์ ลูกชาย ก็เจริญก้าวหน้าจนมี 2 สาขา และมีพนักงานกว่า 2,000 คน ซึ่งคุณสุชาติรับเด็กพิเศษเข้าทำงานแล้วเกือบ 20 คน บางคนญาติพามาสมัคร แต่บางคนคุณสุชาติเผอิญไปเจอ และสงสาร จึงชวนมาทำงานด้วย หากผู้ปกครองยินยอม ...แม้คุณสุชาติจะมีสิทธิรับเด็กพิเศษเข้าทำงาน แต่ในมุมของพนักงานปกติแล้ว ย่อมไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะกลัวเด็กพิเศษจะมาสร้างปัญหาหรือสร้างภาระ มากกว่าสร้างงาน "ค้านตั้งแต่วันแรกแล้ว เพราะผมเป็นคนขอเขา ขอคนเพิ่ม เพราะงานเราโหลดขึ้น ขอแผนกสโตร์เพิ่ม วันแรก เขาเอามาเลย พี่ศรราม แต่เขาเป็นคนพิการ ทุพพลภาพมั้ง แขนกล้ามเนื้ออ่อนแรง พี่นึกสภาพ เขาพูดไม่ค่อยชัด มือก็เกร็ง แล้วผมต้องการคน นี่คือแว่บแรก แล้วพี่ว่าผมต้องรู้สึกยังไง" ภัควรรธน์ สวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายคลังสินค้า สะท้อนความรู้สึกแรกที่มีต่อเด็กพิเศษ ...แต่เมื่อได้ร่วมงานด้วย ความคิดเขาก็เปลี่ยนไปทันที "พอเปิดใจ เห็นเขาทำงาน หรือได้อยู่กับเขา เฮ้ย! มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด คนละเรื่องกันเลย เราคิดว่า เขาจะทำอะไรได้ แต่พอเขาได้ทำ เราสั่งเขาหรือมอบหมายให้เขาทำ เขาทำทันที ...ถ้าเป็นคนปกติ เขาจะคิดว่าทำตอนไหนก็ได้ หัวหน้าไม่อยู่ เขาจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่เด็กพิเศษ สั่งปุ๊บ ทำปั๊บ เราเดินไปไหน เขาก็ยังทำอยู่อย่างนั้น" ...การที่คุณสุชาติให้โอกาสเด็กพิเศษได้ทำงาน ไม่เพียงช่วยให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพและมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่รายได้ที่เด็กได้รับ นอกจากช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวแล้ว บางรายสามารถปลดหนี้ให้แม่ได้ด้วย เช่น น้องสอง เป็นต้น "คุณสุชาติถามน้องสองว่า ได้เงินแล้ว จะเอาเงินไปทำอะไร ทั้งๆ ที่น้องเป็นเด็กพิเศษ น้องบอกผมจะเอาเงินไปช่วยแม่ใช้หนี้ แม่ซึ้งมาก แล้วเขาทำได้จริงๆ คุณสุชาติเหมือนพ่อพระคนหนึ่งเลย ที่มาโปรด ถ้าไม่ได้เขา เราไม่มีวันนี้" ...ไม่ใช่แค่ช่วยให้เด็กพิเศษมีงานทำ หากพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กเดือดร้อนลำบาก คุณสุชาติก็พร้อมหางานให้ทำ หรือรับเข้าทำงานเช่นกัน ...นอกจากเป็นเจ้าของธุรกิจที่รับเด็กพิเศษเข้าทำงาน ปัจจุบัน คุณสุชาติยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ซึ่งคอยช่วยเหลือและต่อสู้เพื่อให้เด็กพิเศษเข้าถึงสิทธิที่พึงมี โดยเฉพาะด้านการศึกษาและโอกาสในการทำงาน "ผมเป็นคนแรกที่ทำให้คนพิการทางสติปัญญามีงานทำ โดยผมพาน้องนายน์ไปหาบริษัทต่างๆ ว่าคนพิการสติปัญญาเป็นแบบนี้นะ เห็นตัวจริง สัมผัสได้ ให้นายน์ร้องเพลงให้เขาฟัง เต้นให้ดู สื่อสาร ก็พูดรู้เรื่อง ใช้ได้ ก็เกิดการจ้างงานขึ้น ทำให้คนพิการเหล่านี้มีงานเกือบ 2,000 คน จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ตรงนี้ เราก็กระจายไปทั่วประเทศ" ...จากความรู้สึกแรกที่เคยทุกข์กับการมีลูกเป็นเด็กพิเศษ วันนี้ ไม่เพียงทุกข์นั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความสุข แต่คุณสุชาติยังส่งต่อความสุขให้ครอบครัวเด็กพิเศษอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขายอมรับว่า "การมีลูกเป็นเด็กพิเศษ ทำให้ชีวิตเราแกร่งขึ้น เราไม่นึกว่าวันหนึ่งเราจะลุกขึ้นมาทำงานเพื่อสังคม ...การมีลูกแบบนี้ทำให้เราคิดถึงความลำบาก ความเดือดร้อนของคนอื่นว่า เราจะบรรเทาทุกข์เขาได้ยังไง เราจะแก้ปัญหาให้เขาได้ยังไง" ติดตามเรื่องราวความรักที่พ่อมีต่อลูกและความสามารถของเด็กพิเศษได้ ในรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน "ลูกเปลี่ยนชีวิต" วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2564 นี้ เวลา 9.00-9.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ News1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211)

และ เฟซบุ๊ก ฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.facebook.com/KonJingJaima...

ยูทูบ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *