“คนหูหนวกเป็นคนไทยเหมือนกัน มีสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญคือต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ คนหูหนวกไม่อยากเป็นภาระกับใคร โดยเฉพาะเวลามีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม คนหูดีอาจรู้เรื่องจากข่าว แต่คนหูหนวกรู้ช้ากว่า

“คนหูหนวกเป็นคนไทยเหมือนกัน มีสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญคือต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ คนหูหนวกไม่อยากเป็นภาระกับใคร โดยเฉพาะเวลามีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม คนหูดีอาจรู้เรื่องจากข่าว แต่คนหูหนวกรู้ช้ากว่า

“การกักตัวอยู่บ้านตามหลัก Social distancing ทำให้คนหูหนวกโดดเดี่ยว หากในบ้านเขาเป็นคนเดียวที่หูหนวกและไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ เขาก็ไม่มีสังคม คนหูหนวกอยากจะพูดคุยสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเหมือนกับคนอื่นๆ ในสังคม
.
“เพราะอยู่บ้านแล้วก็ไม่มีใครให้ข้อมูล ไม่มีใครพูดคุย แม้ไม่ได้อยากออกไปเสี่ยงหรือมั่วสุม แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก คนหูหนวกจึงมักออกไปหาเพื่อนหูหนวก แต่เมื่อจากบ้าน คนหูดีในครอบครัวก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนหูหนวกไม่ยอมกักตัว กลายเป็นพวกดื้อเอาเชื้อมาติดคนในบ้านอีก”
.
ย้อนกลับไปในช่วงแรกของการระบาด เราจะพบว่าโควิด-19 ถูกเรียกด้วยชื่อหลากหลายแบบ ตั้งแต่ โคโรน่าไวรัส ไวรัสอู่ฮั่น จนไปถึงโควิด-19
.
มีข้อมูลของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรค การปฏิบัติตัว นโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing เกิดขึ้นมากมาย ทั้งจริงและไม่จริง สร้างความสับสนให้แก่ผู้คน โดยเฉพาะคนหูหนวกที่เข้าไม่ถึงข้อมูลอยู่แล้วแม้จะเป็นสถานการณ์ปกติก็ตาม
.
https://thisable.me/content/2020/06/629